
กำลังวางระบบเครือข่ายใหม่หรืออัปเกรดระบบเดิมแล้วเจอปัญหาเรื่องการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆเช่นกล้องวงจรปิด IP, Access Point, หรือโทรศัพท์ VoIP ใช่ไหมครับ? เทคโนโลยี Power over Ethernet (PoE) คือทางออกที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยแต่พอจะเลือกซื้อ PoE Injector กลับเจอตัวเลือกเยอะแยะทั้ง 30W, 60W, และ 90W แล้วจะเลือกแบบไหนดีล่ะ? บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยให้กระจ่างพร้อมแนะนำวิธีเลือก PoE Injector ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณในปี 2026 นี้ครับ
ปัญหาที่หลายคนเจอคือไม่รู้ว่าอุปกรณ์ของตัวเองต้องการไฟเท่าไหร่, มาตรฐาน PoE แต่ละแบบต่างกันยังไง, แล้ว PoE Injector แต่ละรุ่นมันจ่ายไฟได้จริงตามสเปคไหม? ถ้าเลือกผิดนอกจากจะเสียเงินเปล่าแล้วยังอาจทำให้อุปกรณ์ไม่ทำงานหรือร้ายแรงกว่านั้นคืออุปกรณ์เสียหายได้เลยนะครับเพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจเรื่อง PoE อย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังพูดถึงการลงทุนในระบบเครือข่ายระยะยาว
ทำไมหัวข้อนี้ถึงสำคัญ? เพราะ PoE ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีที่ช่วยให้เราประหยัดสายไฟเท่านั้นแต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายอีกด้วยลองนึกภาพว่าคุณต้องการติดตั้งกล้องวงจรปิด IP บนเสาไฟฟ้าโดยที่ไม่มีปลั๊กไฟอยู่ใกล้ๆถ้าไม่มี PoE คุณจะต้องลากสายไฟยาวๆซึ่งยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงแต่ถ้าใช้ PoE คุณแค่ลากสายแลนเส้นเดียวก็จบนอกจากนี้ PoE ยังช่วยให้ระบบเครือข่ายมีความเสถียรมากขึ้นเพราะสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่องแม้ในกรณีที่ไฟดับ (เมื่อใช้ร่วมกับ UPS) ดังนั้นการเลือก PoE Injector ที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบเครือข่ายโดยรวมครับ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ทำความเข้าใจมาตรฐาน PoE: PoE, PoE+, PoE++
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่อง PoE Injector แต่ละแบบเรามาทำความเข้าใจมาตรฐาน PoE กันก่อนดีกว่าครับเพราะมาตรฐานเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่า PoE Injector จะสามารถจ่ายไฟได้สูงสุดเท่าไหร่และอุปกรณ์ปลายทางจะได้รับไฟเท่าไหร่ซึ่งมีผลต่อการเลือกซื้ออย่างมากมาตรฐาน PoE หลักๆที่เราควรรู้จักมีอยู่ 3 แบบคือ PoE (IEEE 802.3af), PoE+ (IEEE 802.3at), และ PoE++ (IEEE 802.3bt)
PoE (IEEE 802.3af): เป็นมาตรฐานเริ่มต้นของ PoE ที่กำหนดให้ PoE Injector สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 15.4W ที่พอร์ตแต่เนื่องจากมีการสูญเสียพลังงานระหว่างทางทำให้อุปกรณ์ปลายทางจะได้รับไฟจริงประมาณ 12.95W เท่านั้นมาตรฐานนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานไม่มากนักเช่นโทรศัพท์ VoIP รุ่นเก่าหรือกล้องวงจรปิด IP ที่ไม่มีฟังก์ชั่น IR
PoE+ (IEEE 802.3at): เป็นมาตรฐานที่พัฒนาต่อจาก PoE โดยเพิ่มกำลังไฟที่จ่ายได้เป็น 30W ที่พอร์ต Injector และ 25.5W ที่อุปกรณ์ปลายทางมาตรฐานนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้นเช่นกล้องวงจรปิด IP ที่มี IR หรือ Access Point รุ่นเล็ก
PoE++ (IEEE 802.3bt): เป็นมาตรฐานล่าสุดของ PoE ที่จ่ายไฟได้สูงถึง 60W หรือ 90W ที่พอร์ต Injector และ 51W หรือ 71W ที่อุปกรณ์ปลายทางตามลำดับมาตรฐานนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูงมากๆเช่นกล้องวงจรปิด IP ที่มีฟังก์ชั่น PTZ และ IR กำลังสูงหรือ Access Point ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6E หรือ Wi-Fi 7 Power over Ethernet Lighting PoE Lighting ระบบไฟใหม่ ก็ใช้มาตรฐานนี้เช่นกัน
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
PoE Injector 30W: เหมาะกับอะไร?
PoE Injector 30W (PoE/PoE+) เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการพลังงานมากนักและเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลองใช้เทคโนโลยี PoE โดยทั่วไปแล้ว PoE Injector 30W จะเหมาะกับอุปกรณ์ดังต่อไปนี้:
- กล้องวงจรปิด IP รุ่นที่ไม่ต้องการไฟเลี้ยงอินฟราเรด (IR) กำลังสูง: กล้องเหล่านี้มักใช้ไฟน้อยกว่า 15W ซึ่ง PoE Injector 30W สามารถจ่ายไฟได้อย่างเพียงพอ
- โทรศัพท์ VoIP ทั่วไป: โทรศัพท์ VoIP ส่วนใหญ่ต้องการไฟประมาณ 5-10W ซึ่ง PoE Injector 30W สามารถจ่ายไฟได้อย่างสบายๆ
- Access Point รุ่นเล็กที่ไม่ได้รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 6E: Access Point เหล่านี้มักใช้ไฟไม่เกิน 20W
- เซ็นเซอร์ต่างๆ: เซ็นเซอร์ IoT ต่างๆเช่นเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิมักใช้ไฟน้อยมาก
ข้อดี: PoE Injector 30W มีราคาถูกหาซื้อง่ายมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและกินไฟน้อยกว่า PoE Injector ที่มีกำลังไฟสูงกว่า
ข้อเสีย: อาจไม่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูงหรืออุปกรณ์ที่ต้องการไฟเลี้ยงเพิ่มเติมเช่นกล้องวงจรปิด IP ที่มี IR กำลังสูง
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: EA สำหรับ VPS
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
PoE Injector 60W: เมื่อ 30W ไม่พอ
PoE Injector 60W (PoE++) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานมากกว่า 30W แต่ไม่ถึง 90W หรือสำหรับผู้ที่ต้องการเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้หน่อยเพราะอุปกรณ์บางชนิดอาจต้องการพลังงานมากขึ้นเมื่อทำงานเต็มที่หรือเมื่อมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมทำงานเช่นการซูมภาพหรือการบันทึกวิดีโอ
- กล้องวงจรปิด IP ที่มีอินฟราเรด (IR) กำลังสูงหรือมีฟังก์ชั่น Pan-Tilt-Zoom (PTZ): กล้องเหล่านี้มักต้องการไฟมากกว่า 30W เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น
- Access Point ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 6E: Access Point เหล่านี้มักใช้ไฟมากกว่า Access Point รุ่นเก่าเพราะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ซับซ้อนกว่า
- จอภาพ Touch Screen ขนาดเล็ก: จอภาพ Touch Screen ที่มีขนาดไม่ใหญ่นักอาจต้องการไฟประมาณ 40-50W
- อุปกรณ์ IoT บางชนิด: อุปกรณ์ IoT ที่มีการประมวลผลข้อมูลหรือมีการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องอาจต้องการไฟมากกว่า 30W
ข้อดี: จ่ายไฟได้มากกว่า 30W รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้นและมีราคาไม่แพงจนเกินไป
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า 30W แต่ถูกกว่า 90W และอาจกินไฟมากกว่า 30W แม้จะไม่ได้ใช้งานเต็มกำลัง
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
PoE Injector 90W: ตัวเลือกสำหรับอุปกรณ์ High-Power
PoE Injector 90W (PoE++) เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุดเหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูงมากๆหรือสำหรับผู้ที่ต้องการรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่อาจต้องการพลังงานมากขึ้น PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป
- กล้องวงจรปิด IP ที่มีฟังก์ชั่น PTZ และอินฟราเรด (IR) กำลังสูงมาก: กล้องเหล่านี้มักต้องการไฟมากกว่า 60W เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- Access Point ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6E หรือ Wi-Fi 7 และมีจำนวน antennas มาก: Access Point เหล่านี้มักใช้ไฟสูงมากเพราะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ซับซ้อนและมีจำนวน antennas มาก
- จอภาพ Touch Screen ขนาดใหญ่: จอภาพ Touch Screen ที่มีขนาดใหญ่อาจต้องการไฟมากกว่า 60W
- Thin Client ที่ต้องการพลังงานสูง: Thin Client บางรุ่นอาจต้องการไฟมากถึง 60-70W
- อุปกรณ์ Industrial Automation บางชนิด: อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิดอาจต้องการไฟมากกว่า 60W
ข้อดี: จ่ายไฟได้มากที่สุดรองรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูงได้ดีและสามารถรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่อาจต้องการพลังงานมากขึ้นบทความที่เกี่ยวข้อง: คู่มือเทรด forex โบรกไหนดีคืออะไรฉบับสมบูรณ์
ข้อเสีย: ราคาสูงที่สุดและอาจกินไฟมากกว่า PoE Injector ที่มีกำลังไฟต่ำกว่าแม้จะไม่ได้ใช้งานเต็มกำลัง
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ประสบการณ์จริงจากอ.บอม
จากประสบการณ์การติดตั้งระบบ Network กว่า 600 จุดทั่วประเทศผมพบว่าหลายคนมักจะประเมินความต้องการพลังงานของอุปกรณ์ PoE ต่ำเกินไปยกตัวอย่างเช่นกล้องวงจรปิด IP ที่สเปคบอกว่าใช้ไฟ 15W แต่พอใช้งานจริงกลับต้องการไฟมากกว่านั้นเพราะ IR ทำงานหรือมีการซูมภาพทำให้กล้องดับหรือภาพกระตุกบทความที่เกี่ยวข้อง: บทความ: วิธีเทรด Forex ให้ได้กำไรสม่ำเ
อีกเรื่องที่เจอบ่อยคือการเลือกใช้สายแลนที่ไม่ดีพอทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทางทำให้ PoE Injector จ่ายไฟไม่ถึงอุปกรณ์ปลายทางผมแนะนำให้ใช้สายแลน Cat5e หรือ Cat6 ที่มีคุณภาพดีและมีความยาวไม่เกิน 100 เมตรเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
สมัยที่ผมทำ SquidNT Proxy (Thaiware Award 2005) ผมเคยเจอปัญหาเรื่องไฟไม่พอจ่ายให้กับ Harddisk ตอนนั้นยังไม่มี PoE ใช้กันแพร่หลายต้องใช้ Power Supply แยกจ่ายไฟให้กับ Harddisk แต่ถ้ามี PoE ในยุคนั้นคงจะสะดวกกว่านี้เยอะเลยครับ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ตารางเปรียบเทียบ PoE Injector 30W vs 60W vs 90W
| คุณสมบัติ | PoE Injector 30W (PoE/PoE+) | PoE Injector 60W (PoE++) | PoE Injector 90W (PoE++) |
|---|---|---|---|
| มาตรฐาน IEEE | 802.3af/at | 802.3bt | 802.3bt |
| กำลังไฟสูงสุดที่พอร์ต Injector | 30W | 60W | 90W |
| กำลังไฟสูงสุดที่อุปกรณ์ปลายทาง | 25.5W | 51W | 71W |
| เหมาะสำหรับ | อุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานน้อยเช่นโทรศัพท์ VoIP, กล้อง IP (No IR), Access Point รุ่นเล็ก | อุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานปานกลางเช่นกล้อง IP (IR), Access Point Wi-Fi 6 | อุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูงเช่นกล้อง IP (PTZ & IR), Access Point Wi-Fi 6E/7 |
| ราคา | ถูก | ปานกลาง | แพง |
| ความพร้อมใช้งาน | สูง | ปานกลาง | ต่ำ |
| การกินไฟ (โดยประมาณ) | 5-30W | 10-60W | 15-90W |
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
วิธีการติดตั้ง/ตั้งค่า PoE Injector
การติดตั้ง PoE Injector นั้นง่ายมากๆครับเพียงแค่เสียบสายแลนจาก Router หรือ Switch เข้าไปที่พอร์ต “Data In” ของ PoE Injector และเสียบสายแลนจากพอร์ต “Data & Power Out” ของ PoE Injector เข้าไปที่อุปกรณ์ PoE ของคุณเพียงเท่านี้อุปกรณ์ของคุณก็จะได้รับทั้งไฟและข้อมูลผ่านสายแลนเส้นเดียว
ตัวอย่างการ Config (สำหรับ Switch บางรุ่น):
interface GigabitEthernet1/0/1
power inline static max 30000 ! กำหนดกำลังไฟสูงสุด 30W
power inline priority high ! กำหนด priority ให้ port นี้สูง
! (ตัวอย่าง Config ของ Cisco Switch)
ในบางกรณีคุณอาจต้องเข้าไปตั้งค่าใน Switch เพื่อเปิดใช้งาน PoE และกำหนดกำลังไฟสูงสุดที่แต่ละพอร์ตสามารถจ่ายได้โดยทั่วไปแล้ว Switch จะมี Web Interface หรือ Command Line Interface (CLI) ให้คุณเข้าไปตั้งค่าได้
สมัยก่อนตอนผมทำ SiamLancard.com ผมจะทดสอบ LAN Card ทุกตัวก่อนส่งให้ลูกค้าเสมอรวมถึง Power Consumption ด้วยเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ Network ซับซ้อนขึ้นเยอะแต่หลักการก็ยังเหมือนเดิมคือต้องทดสอบให้ชัวร์ก่อนใช้งานจริง
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ข้อควรระวัง/ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- การเลือก PoE Injector ที่มีกำลังไฟไม่เพียงพอ: เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดควรตรวจสอบความต้องการพลังงานของอุปกรณ์ PoE ของคุณอย่างละเอียดก่อนที่จะเลือกซื้อ PoE Injector
- การใช้สายแลนที่ไม่ได้มาตรฐาน: สายแลนที่ไม่ดีพออาจทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทางและทำให้อุปกรณ์ PoE ไม่ทำงาน
- การเสียบ PoE Injector ผิดพอร์ต: ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเสียบสายแลนเข้ากับพอร์ตที่ถูกต้อง (Data In และ Data & Power Out)
- การใช้ PoE Injector กับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ PoE: การทำเช่นนี้อาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้
- ความร้อนสะสม: ควรวาง PoE Injector ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกเพื่อป้องกันความร้อนสะสม
ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าซื้อ PoE Injector ไปใช้กับกล้องวงจรปิดแล้วบอกว่ากล้องไม่ทำงานพอตรวจสอบดูปรากฏว่าลูกค้าเสียบสายแลนผิดพอร์ตเสียเวลาแก้ไขกันไป
สาย Fiber Optic SC vs LC vs ST Connector เลือกแบบไหน 2026 ก็เหมือนกันต้องเลือกให้ถูกประเภทไม่งั้นก็ใช้งานไม่ได้
- ข้อมูลเพิ่มเติม: สอนเทรด Forex ฟรี
- อ่านเพิ่ม: Hedging Forex
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
สรุปท้าย
การเลือก PoE Injector ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานอุปกรณ์ PoE ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่างของ PoE Injector 30W vs 60W vs 90W และสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุดในปี 2026 นี้นะครับ
อย่าลืมตรวจสอบความต้องการพลังงานของอุปกรณ์ PoE ของคุณอย่างละเอียดเลือกใช้สายแลนที่มีคุณภาพดีและติดตั้ง PoE Injector อย่างถูกต้องเพื่อให้ระบบเครือข่ายของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆเพิ่มเติมได้ครับ
📖 อ่านเพิ่มเติม: บทความ IT จาก SiamCafe.net
📈 สนใจ Forex Trading? ศึกษาที่ iCafeForex.com