
วันนี้เราจะมาเจาะลึก Mini PC ตัวจิ๋วแต่แจ๋วที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ต้องการสร้าง Firewall ประสิทธิภาพสูงนั่นก็คือ Beelink SER8 ครับโดยเราจะเน้นไปที่การใช้งานจริงกับ pfSense Firewall ว่ามันจะตอบโจทย์ได้ดีแค่ไหนคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ตามมาดูกันเลยครับ
Beelink SER8 Mini PC สำหรับ pfSense Firewall รีวิว: แกะกล่องทำความรู้จัก
Beelink SER8 เป็น Mini PC ขนาดเล็กกระทัดรัดที่มาพร้อมสเปคที่น่าสนใจเหมาะสำหรับนำไปใช้งานเป็น Firewall หรือ Router ได้เป็นอย่างดีด้วยขนาดที่เล็กทำให้ประหยัดพื้นที่และใช้พลังงานต่ำแต่ประสิทธิภาพที่ได้กลับสูงกว่าที่คิดเรามาดูกันว่าในกล่องมีอะไรบ้าง:
- ตัวเครื่อง Beelink SER8
- Adapter จ่ายไฟ
- สาย HDMI
- คู่มือการใช้งาน
- ชุดติดตั้ง VESA mount (สำหรับติดด้านหลังจอ)
โดยรวมแล้วอุปกรณ์ที่ให้มาครบถ้วนพร้อมใช้งานได้ทันทียกเว้น RAM และ Storage ที่เราต้องเตรียมเองซึ่งเป็นข้อดีเพราะเราสามารถเลือกสเปคที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้เองตามต้องการผมเองชอบซื้อ RAM กับ SSD แยกเพราะบางทีของแถมที่แถมมากับเครื่องคุณภาพอาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่เลือกเองสบายใจกว่าเยอะครับ
สเปค (Specification) ที่น่าสนใจ
หัวใจสำคัญของ Beelink SER8 คือ CPU AMD Ryzen 7 8845HS ซึ่งเป็น CPU Mobile ระดับกลาง-สูงที่มีประสิทธิภาพเหลือเฟือสำหรับการรัน pfSense และจัดการ Traffic จำนวนมากได้อย่างสบายๆนอกจากนี้ยังมี:
- CPU: AMD Ryzen 7 8845HS (8 Cores/16 Threads, 3.8 GHz Base, Up to 5.1 GHz Turbo)
- Graphics: AMD Radeon 780M
- RAM: รองรับ DDR5 SODIMM สูงสุด 64GB (2 x SODIMM Slots)
- Storage: รองรับ 2 x M.2 2280 PCIe Gen4 NVMe SSD
- Networking: 2 x 2.5 Gigabit Ethernet, Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2
- Ports: 1 x USB4, 3 x USB 3.2 Gen2 Type-A, 1 x HDMI, 1 x DisplayPort, 1 x 3.5mm Audio Jack
- Power: 120W Adapter
- Dimensions: 113 x 113 x 42 mm
สังเกตว่ามีพอร์ต 2.5 Gigabit Ethernet ถึง 2 พอร์ตซึ่งจำเป็นมากสำหรับการทำ Firewall เพราะเราต้องมี WAN และ LAN อย่างน้อยอย่างละพอร์ตและ Wi-Fi 6E ก็เป็น Bonus ที่ดีเผื่อใครอยากจะใช้เป็น Access Point ด้วยผมเองเคยใช้ Beelink SER series ตัวก่อนหน้านี้ทำเป็น Access Point ในบ้านปรากฏว่าสัญญาณแรงดีใช้ได้เลยครับแต่สุดท้ายก็กลับมาใช้ Mesh Wi-Fi เหมือนเดิมเพราะอยากได้ความครอบคลุมมากกว่า
ทำไมต้อง Beelink SER8 สำหรับ pfSense Firewall?
คำถามคือทำไมเราต้องเลือก Beelink SER8 มาใช้เป็น pfSense Firewall แทนที่จะเป็นอุปกรณ์ Dedicated Firewall หรือ PC เก่าๆที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว? มีหลายเหตุผลครับ:
- ขนาดเล็กและประหยัดพลังงาน: Beelink SER8 มีขนาดเล็กมากทำให้ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งและกินไฟน้อยกว่า PC ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Firewall ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ
- ประสิทธิภาพสูง: CPU AMD Ryzen 7 8845HS มีประสิทธิภาพสูงสามารถรองรับการทำงานของ pfSense ได้อย่างราบรื่นไม่ว่าจะเป็นการทำ NAT, Firewall Rules, VPN หรือ IDS/IPS
- ราคาคุ้มค่า: เมื่อเทียบกับ Dedicated Firewall ในระดับเดียวกัน Beelink SER8 มีราคาที่คุ้มค่ากว่ามากทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
- ความยืดหยุ่น: เราสามารถปรับแต่งสเปคของ Beelink SER8 ได้ตามต้องการเช่นเพิ่ม RAM หรือ SSD ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา
ข้อดี vs ข้อเสียของ Beelink SER8
แน่นอนว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ Beelink SER8 ก็มีข้อดีและข้อเสียที่เราต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ:
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: Forex Glossary
| ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|
| ขนาดเล็กประหยัดพื้นที่ | ต้องซื้อ RAM และ Storage เอง |
| ประหยัดพลังงาน | พัดลมระบายความร้อนอาจดังเมื่อใช้งานหนัก |
| ประสิทธิภาพสูง | ไม่มีช่องใส่ SD Card |
| ราคาคุ้มค่า | BIOS อาจต้องอัพเดทเพื่อรองรับ pfSense ได้ดีที่สุด |
การติดตั้ง pfSense บน Beelink SER8: Step-by-Step
การติดตั้ง pfSense บน Beelink SER8 ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับผมจะสรุปขั้นตอนหลักๆให้ดังนี้: สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่านแพทเทิลกราฟ — สำหรับมือใหม่ประกอบ
- เตรียม USB Drive: ดาวน์โหลด Image ของ pfSense จากเว็บไซต์ official แล้วใช้โปรแกรมเช่น Rufus หรือ Etcher Burn ลง USB Drive
- Boot จาก USB: เสียบ USB Drive เข้ากับ Beelink SER8 แล้วเปิดเครื่องกดปุ่มที่ใช้สำหรับ Boot Menu (ส่วนใหญ่จะเป็น F2, Delete หรือ Esc) เลือก Boot จาก USB Drive
- ติดตั้ง pfSense: ทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอเลือก Install pfSense แล้วทำตามคำแนะนำ
- กำหนด Interfaces: หลังจากติดตั้งเสร็จ pfSense จะให้เรากำหนด WAN และ LAN Interfaces เลือก Interfaces ที่ถูกต้อง (eth0, eth1)
- ตั้งค่า pfSense: เข้า Web GUI ของ pfSense ผ่าน Browser แล้วเริ่มตั้งค่า Firewall Rules, NAT, DHCP Server และอื่นๆตามต้องการ
ประสบการณ์จริง: ตอนที่ผมติดตั้ง pfSense บน Beelink SER series ตัวแรกผมเจอปัญหาเรื่อง Interface ครับคือ pfSense มองเห็น Interface ไม่ตรงกับที่ผมเสียบสาย LAN จริงๆต้องลองสลับสายไปมาหลายรอบกว่าจะรู้ว่า eth0 คือ LAN และ eth1 คือ WAN แนะนำว่าให้ลองใช้คำสั่ง `ifconfig` ใน pfSense CLI เพื่อเช็คดูว่า Interface ไหนคืออะไรจะช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับสอดคล้องกับบทความเรื่องแนะนำ: Basics
ตัวอย่าง Command:
ifconfig
คำสั่งนี้จะแสดงรายละเอียดของ Network Interfaces ทั้งหมดในระบบรวมถึง MAC Address และ IP Address ซึ่งจะช่วยให้เราแยกแยะได้ว่า Interface ไหนคือ WAN และ LAN
การปรับแต่ง pfSense บน Beelink SER8 เพิ่มเติม
หลังจากติดตั้ง pfSense เสร็จแล้วเราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ Firewall ของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น:
- ตั้งค่า Firewall Rules: กำหนด Rules ที่จะอนุญาตหรือบล็อก Traffic ต่างๆ
- เปิดใช้งาน NAT: Enable NAT เพื่อให้ Clients ใน Network ของเราสามารถออก Internet ได้
- ตั้งค่า DHCP Server: กำหนดช่วง IP Address ที่จะแจกจ่ายให้กับ Clients
- ติดตั้ง Packages: ติดตั้ง Packages เพิ่มเติมเช่น Snort (IDS/IPS), pfBlockerNG (Ad Blocking) หรือ OpenVPN (VPN Server)
ประสบการณ์จริง: ผมชอบใช้ pfBlockerNG มากครับมันช่วยบล็อกโฆษณาและ Malware ได้ดีทำให้ Network ของเราปลอดภัยขึ้นเยอะเลยแต่ต้องระวังเรื่อง False Positive ด้วยนะครับบางทีมันอาจจะบล็อกเว็บไซต์ที่เราต้องการเข้าจริงๆต้องคอย Whitelist เอา
สำหรับคนที่ต้องการ Server Mini PC ประสิทธิภาพสูงผมขอแนะนำ MinisForum MS-01 Server Mini PC สำหรับ Home Lab อีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
Beelink SER8 vs Dedicated Firewall: อะไรดีกว่ากัน?
ถ้าเทียบกับ Dedicated Firewall อย่าง FortiGate 40F Firewall สำหรับ SME รีวิว 2026 Beelink SER8 ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันครับ:
| คุณสมบัติ | Beelink SER8 + pfSense | Dedicated Firewall (เช่น FortiGate) |
|---|---|---|
| ราคา | ถูกกว่า | แพงกว่า |
| ความยืดหยุ่น | สูง (ปรับแต่งได้เยอะ) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| ความง่ายในการใช้งาน | ปานกลาง (ต้องมีความรู้ด้าน Network) | ง่ายกว่า (GUI เข้าใจง่าย) |
| ประสิทธิภาพ | สูง (ขึ้นอยู่กับสเปค) | สูง (ออกแบบมาเพื่อ Firewall โดยเฉพาะ) |
| การสนับสนุน | Community Support | Vendor Support |
ถ้าคุณมีความรู้ด้าน Network และต้องการ Firewall ที่ปรับแต่งได้เยอะ Beelink SER8 + pfSense เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าแต่ถ้าคุณต้องการ Firewall ที่ใช้งานง่ายมี Vendor Support และพร้อมใช้งานทันที Dedicated Firewall อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
- ดูรายละเอียด: Bitcoin ETF Price 2026:
สรุปแล้ว Beelink SER8 เป็น Mini PC ที่น่าสนใจสำหรับนำมาใช้เป็น pfSense Firewall ด้วยขนาดที่เล็กประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงและราคาคุ้มค่าแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่เราต้องซื้อ RAM และ Storage เองและอาจจะต้องมีความรู้ด้าน Network พอสมควรใครที่กำลังมองหา Firewall ขนาดเล็กราคาไม่แพงลองพิจารณา Beelink SER8 ดูนะครับ
นอกจาก Firewall แล้ว Mini PC ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆได้อีกมากมายเช่น Mini PC สำหรับ Kiosk Self-Service แนะนำรุ่น 2026 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจครับ
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net ตำนาน IT ไทย 29 ปี
📈 สนใจ Forex Trading? ศึกษาที่ iCafeForex.com