
เคยไหมครับที่กำลังนั่งทำงานสำคัญหัวหน้าเร่งงาน presentation ไฟฟ้าเจ้ากรรมก็ดันมาดับเอาซะดื้อๆ? หรือไม่ก็กำลังเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนๆอย่างเมามันส์จังหวะกำลังได้เปรียบไฟกระชากมาทีเดียวเครื่องดับข้อมูลหายอารมณ์เสียไปทั้งวัน! ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องเจออยู่เป็นประจำและมันไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญแต่มันอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงกว่านั้นได้ทั้งข้อมูลสำคัญที่หายไปอุปกรณ์ราคาแพงพังครืนหรือแม้แต่ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ไฟไหม้
ผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนสมัยก่อนตอนที่ยังทำ SquidNT Proxy Server (ที่ได้ Thaiware Award ปี 2005 ด้วยนะ!) เซิร์ฟเวอร์ดับเพราะไฟกระชากทีนึงนี่คือหายนะเลยต้องมานั่งกู้ข้อมูล config กันวุ่นวายเสียเวลาเสียอารมณ์สุดๆนั่นเป็นเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับเรื่องระบบไฟฟ้าและการป้องกันอุปกรณ์ต่างๆมาตลอด
โชคดีที่เรามีอุปกรณ์ที่สามารถช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้นั่นก็คือ Surge Protector และ UPS (Uninterruptible Power Supply) แต่เชื่อว่าหลายคนยังสับสนว่า Surge Protector vs UPS ต่างกันยังไง? แล้วเราควรเลือกใช้อันไหนดี? บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยให้กระจ่างพร้อมแนะนำวิธีการเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งานของคุณเพื่อให้คุณสามารถปกป้องอุปกรณ์และข้อมูลสำคัญของคุณได้อย่างมั่นใจในปี 2026 และต่อๆไปครับ
Surge Protector vs UPS ต่างกันยังไง?
ก่อนที่เราจะลงรายละเอียดในแต่ละอุปกรณ์มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Surge Protector และ UPS ทำงานอย่างไรและมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างเพื่อให้เห็นภาพรวมและเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง
Surge Protector: เกราะป้องกันไฟกระชาก
Surge Protector หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากมีหน้าที่หลักในการ “ป้องกัน” อุปกรณ์ไฟฟ้าจากแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินไปหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ไฟกระชาก” (Voltage Surge) ไฟกระชากนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นฟ้าผ่า (ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟกระชากรุนแรง) การเปิด/ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (เช่นแอร์ตู้เย็น) หรือแม้แต่ปัญหาในระบบสายส่งของการไฟฟ้าเอง
Surge Protector จะทำหน้าที่ “จำกัด” แรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเมื่อเกิดไฟกระชากอุปกรณ์จะทำการเบี่ยงเบน (Divert) แรงดันไฟฟ้าส่วนเกินลงดิน (Ground) แทนที่จะปล่อยให้ไหลไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าของเราทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ของเราจะไม่ได้รับความเสียหายจากแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินไป
Surge Protector เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการไฟเลี้ยงอย่างต่อเนื่องและไม่ได้มีความสำคัญถึงขนาดที่ต้องมีไฟสำรองเช่นคอมพิวเตอร์ทั่วไป (ที่ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์) โทรทัศน์เครื่องเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนต่างๆ
UPS: แบตเตอรี่สำรองพลังแกร่ง
UPS (Uninterruptible Power Supply) หรือเครื่องสำรองไฟฟ้าทำหน้าที่หลักๆสองอย่างคือ:
- ป้องกันไฟกระชาก: เหมือนกับ Surge Protector คือ UPS ก็มีความสามารถในการป้องกันไฟกระชากได้เช่นกัน (แต่ประสิทธิภาพอาจจะไม่เท่า Surge Protector โดยเฉพาะ)
- จ่ายไฟสำรอง: นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของ UPS คือมีแบตเตอรี่สำรองในตัวเมื่อไฟฟ้าดับ UPS จะจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่ทำให้เรามีเวลาเซฟงานปิดเครื่องอย่างถูกต้องหรือใช้งานอุปกรณ์ต่อไปได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
UPS เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟเลี้ยงอย่างต่อเนื่องหรืออุปกรณ์ที่อาจเสียหายได้หากไฟดับกะทันหันเช่นเซิร์ฟเวอร์ (สำคัญมาก!), อุปกรณ์ทางการแพทย์, อุปกรณ์สื่อสาร, เครื่องบันทึกเงินสด (POS) และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานสำคัญ
ผมเองใช้ UPS กับเซิร์ฟเวอร์ที่บ้านและ VPS (Virtual Private Server) ที่ผมใช้รัน EA (Expert Advisor) เทรด Forex ตลอด 24 ชั่วโมงการมี UPS ช่วยให้มั่นใจได้ว่า EA จะทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ไฟดับถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: สอนเทรด Forex ฟรี
เจาะลึกรายละเอียด Surge Protector
Surge Protector ทำงานโดยใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า Metal Oxide Varistor (MOV) MOV จะมีค่าความต้านทานสูงเมื่อแรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับปกติแต่เมื่อเกิดไฟกระชากค่าความต้านทานของ MOV จะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้กระแสไฟฟ้าส่วนเกินไหลลงดินแทนที่จะไหลไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าหากต้องการเจาะลึกเรื่องนี้ลองอ่าน Breakout Trading กลยุทธ์เทรดเมสำหรับมือใหม่
MOV เป็นเหมือนวาล์วที่เปิดออกเมื่อแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปยังสายดินแทนที่จะไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าของเรายิ่ง MOV มีขนาดใหญ่และมีจำนวนมากเท่าไหร่ Surge Protector ก็จะสามารถรองรับไฟกระชากได้มากขึ้นเท่านั้น
สเปคสำคัญที่ควรรู้เมื่อเลือกซื้อ Surge Protector
เมื่อเลือกซื้อ Surge Protector มีสเปคสำคัญหลายอย่างที่เราต้องพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา
- Maximum Surge Current: ค่านี้บอกว่า Surge Protector สามารถรองรับกระแสไฟกระชากได้สูงสุดเท่าไหร่ (วัดเป็นแอมป์ – Amps) ยิ่งค่านี้สูงยิ่งป้องกันได้ดีโดยทั่วไปควรเลือกที่มีค่าอย่างน้อย 40,000A ขึ้นไป
- Clamping Voltage: ค่านี้บอกว่า Surge Protector จะยอมให้แรงดันไฟฟ้าผ่านไปถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าได้สูงสุดเท่าไหร่ (วัดเป็นโวลต์ – Volts) ยิ่งค่านี้ต่ำยิ่งดีเพราะหมายความว่าอุปกรณ์จะสามารถจำกัดแรงดันไฟฟ้าได้ดีกว่าโดยทั่วไปควรเลือกที่มีค่าไม่เกิน 400V
- Energy Absorption (Joules): ค่านี้บอกว่า Surge Protector สามารถดูดซับพลังงานจากไฟกระชากได้มากแค่ไหน (วัดเป็นจูล – Joules) ยิ่งค่านี้สูงยิ่งป้องกันได้นานและสามารถรองรับไฟกระชากได้หลายครั้งโดยทั่วไปควรเลือกที่มีค่าอย่างน้อย 600 Joules ขึ้นไป
- Response Time: ค่านี้บอกว่า Surge Protector ใช้เวลาเท่าไหร่ในการตอบสนองต่อไฟกระชาก (วัดเป็นนาโนวินาที – Nanoseconds) ยิ่งค่านี้ต่ำยิ่งดีเพราะหมายความว่าอุปกรณ์จะสามารถตอบสนองต่อไฟกระชากได้อย่างรวดเร็ว
- Number of Outlets: จำนวนช่องเสียบปลั๊กควรเลือกให้เพียงพอต่อจำนวนอุปกรณ์ที่เราต้องการป้องกัน
- Indicator Lights: ไฟแสดงสถานะที่บอกว่า Surge Protector ยังทำงานได้ปกติหรือไม่
- UL Listing: ตรวจสอบว่า Surge Protector ได้รับการรับรองจาก Underwriters Laboratories (UL) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำการทดสอบและรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
UPS: แบตเตอรี่สำรองฉุกเฉิน
UPS ไม่ได้มีแค่หน้าที่ป้องกันไฟกระชากเท่านั้นแต่ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าดับทำให้เรามีเวลาเซฟงานปิดเครื่องอย่างถูกต้องหรือใช้งานอุปกรณ์ต่อไปได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
UPS ทำงานโดยมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ภายในเมื่อไฟฟ้าดับ UPS จะสลับไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติทำให้เราไม่รู้สึกว่าไฟดับเลย (หรือรู้สึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) ระยะเวลาที่ UPS สามารถจ่ายไฟสำรองได้ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่และปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์ของเราใช้
มี UPS หลายประเภทให้เลือกใช้งานแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปที่นิยมใช้กันมี 3 ประเภทหลักๆคือ Standby, Line-Interactive และ Online เนื้อหาที่เกี่ยวข้องมีอยู่ในดูรายละเอียด: gold future
- Standby UPS: เป็น UPS ที่ราคาถูกที่สุดทำงานโดยปกติจะปล่อยให้ไฟฟ้าจากสายส่งไหลผ่านไปยังอุปกรณ์โดยตรงเมื่อไฟฟ้าดับ UPS จะสลับไปใช้แบตเตอรี่สำรองข้อเสียคือมีระยะเวลาในการสลับ (Switching Time) ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาได้กับอุปกรณ์บางชนิด
- Line-Interactive UPS: คล้ายกับ Standby UPS แต่มีตัวปรับแรงดันไฟฟ้า (Automatic Voltage Regulation – AVR) เพิ่มเข้ามาช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่แม้ว่าแรงดันไฟฟ้าจากสายส่งจะผันผวนทำให้ช่วยปกป้องอุปกรณ์ได้ดีขึ้น
- Online UPS: เป็น UPS ที่มีราคาสูงที่สุดแต่มีประสิทธิภาพดีที่สุดทำงานโดยแปลงไฟฟ้า AC จากสายส่งเป็น DC เพื่อชาร์จแบตเตอรี่จากนั้นแปลงไฟฟ้า DC จากแบตเตอรี่กลับเป็น AC เพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์จะได้รับไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงและต่อเนื่องตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UPS แต่ละประเภทสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ UPS Online vs Line Interactive vs Standby ต่างกันยังไง ครับ
สเปคสำคัญที่ควรรู้เมื่อเลือกซื้อ UPS
เมื่อเลือกซื้อ UPS มีสเปคสำคัญหลายอย่างที่เราต้องพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา
- VA Rating: ค่านี้บอกว่า UPS สามารถจ่ายพลังงานได้สูงสุดเท่าไหร่ (วัดเป็น Volt-Amps) ควรเลือก UPS ที่มี VA Rating สูงกว่าปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์ของเราใช้
- Wattage: ค่านี้บอกว่า UPS สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดเท่าไหร่ (วัดเป็นวัตต์ – Watts) ควรเลือก UPS ที่มี Wattage สูงกว่าปริมาณกำลังไฟฟ้าที่อุปกรณ์ของเราใช้
- Battery Capacity: ความจุของแบตเตอรี่ (วัดเป็น Ah – Amp-hours) ยิ่งความจุสูงยิ่งสามารถจ่ายไฟสำรองได้นาน
- Runtime: ระยะเวลาที่ UPS สามารถจ่ายไฟสำรองได้ขึ้นอยู่กับ Battery Capacity และปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์ของเราใช้
- Output Waveform: รูปแบบของคลื่นไฟฟ้าที่ UPS จ่ายออกมามีสองแบบคือ Sine Wave (คลื่นไซน์) และ Stepped Sine Wave (คลื่นไซน์แบบขั้นบันได) Sine Wave เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูงเช่นเซิร์ฟเวอร์
- AVR (Automatic Voltage Regulation): ฟังก์ชันที่ช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่
- Surge Protection: ความสามารถในการป้องกันไฟกระชาก
การเลือก UPS ให้เหมาะสมกับ Server เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะ Server เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการไฟเลี้ยงอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อการทำงานขององค์กรหากเลือก UPS ที่มีขนาดเล็กเกินไปอาจทำให้ UPS ไม่สามารถจ่ายไฟสำรองได้เพียงพอและทำให้ Server ดับได้สำหรับวิธีการคำนวณ UPS Size ที่เหมาะสมสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีคำนวณ UPS Size สำหรับ Server เลือกกี่ VA 2026 ครับ
ตารางเปรียบเทียบ Surge Protector vs UPS
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง Surge Protector และ UPS ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นผมได้สรุปข้อมูลสำคัญในตารางเปรียบเทียบดังนี้ครับ
| คุณสมบัติ | Surge Protector | UPS |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | ป้องกันไฟกระชาก | ป้องกันไฟกระชากและจ่ายไฟสำรอง |
| แหล่งจ่ายไฟ | ไม่มี | แบตเตอรี่สำรอง |
| ระยะเวลาสำรองไฟ | ไม่เกี่ยวข้อง | ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ |
| เหมาะสำหรับ | อุปกรณ์ที่ไม่ต้องการไฟเลี้ยงต่อเนื่อง | อุปกรณ์ที่ต้องการไฟเลี้ยงต่อเนื่อง, อุปกรณ์สำคัญ |
| ราคา | ถูก | แพงกว่า |
| ความซับซ้อนในการติดตั้ง | ง่าย | ง่าย |
| การบำรุงรักษา | น้อยมาก | ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน |
วิธีการติดตั้ง/ตั้งค่า
การติดตั้ง Surge Protector และ UPS เป็นเรื่องง่ายมากๆครับแค่เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้เลยแต่มีข้อควรระวังบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง
Surge Protector
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Surge Protector มี Ground ที่ถูกต้อง
- หลีกเลี่ยงการต่อ Surge Protector พ่วงกันหลายตัว
- ตรวจสอบ Indicator Lights เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ยังทำงานได้ปกติ
UPS
- ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนใช้งาน
- ทดสอบ UPS เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่สำรองยังทำงานได้
- เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน (โดยทั่วไปประมาณ 3-5 ปี)
- ติดตั้ง Software ที่มากับ UPS เพื่อตรวจสอบสถานะและตั้งค่าต่างๆ (เช่นตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย)
ตัวอย่างการตั้งค่า UPS (ผ่าน Command Line บน Linux):
# ตรวจสอบสถานะ UPS
upsc ups@localhost
# สั่งปิดเครื่องเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย
upsmon
# ตั้งค่า Network UPS Tools (NUT) สำหรับ monitoring
/etc/nut/upsd.conf
/etc/nut/ups.conf
ประสบการณ์จริงอ.บอม
สมัยที่ผมทำ SiamCafe.net เมื่อปี 1997 (นานมาก!) ตอนนั้น Internet ยังไม่แพร่หลายเท่าตอนนี้การมี Server ที่เสถียรและพร้อมใช้งานตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากผมลงทุนซื้อ UPS อย่างดีให้กับ Server ทุกตัวเพื่อป้องกันปัญหาไฟดับและไฟกระชากเพราะถ้า Server ดับนั่นหมายถึงเว็บไซต์ SiamCafe.net จะเข้าไม่ได้และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก
อีกเรื่องคือตอนที่ผมเริ่มเทรด Forex ใหม่ๆเมื่อ 15 ปีที่แล้วผมใช้คอมพิวเตอร์ PC ธรรมดาเทรดปรากฏว่าไฟดับบ่อยมากทำให้พลาดโอกาสในการเทรดไปหลายครั้งผมเลยตัดสินใจลงทุนซื้อ VPS (Virtual Private Server) และ UPS อย่างดีเพื่อให้ EA (Expert Advisor) สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในช่วงที่ไฟดับผมว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากเพราะช่วยให้ผมทำกำไรจากการเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ
ล่าสุดตอนที่ผมติดตั้งระบบ Network ให้กับโรงงานแห่งหนึ่ง (600 กว่าจุดทั่วประเทศ) ผมแนะนำให้ลูกค้าติดตั้ง Surge Protector และ UPS ให้กับอุปกรณ์สำคัญทุกตัวโดยเฉพาะ Server และอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรเพราะถ้าอุปกรณ์เหล่านี้เสียหายจะส่งผลกระทบต่อการผลิตอย่างมากลูกค้าเชื่อผมและทำตามปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ไฟกระชากขึ้นจริงๆแต่โชคดีที่อุปกรณ์ทุกอย่างได้รับการป้องกันไว้ทำให้ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นเลย
ข้อควรระวัง/ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
แม้ว่า Surge Protector และ UPS จะเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์แต่ก็มีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้งาน
- ใช้ Surge Protector/UPS ที่ไม่ได้มาตรฐาน: ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานรับรอง
- ใช้ Surge Protector/UPS เกินกำลัง: ไม่ควรเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้ามากเกินกว่าที่ Surge Protector/UPS จะรับได้
- ไม่เปลี่ยนแบตเตอรี่ UPS ตามอายุการใช้งาน: แบตเตอรี่ UPS มีอายุการใช้งานจำกัดควรเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด
- วาง Surge Protector/UPS ในที่อับชื้น: ควรวางในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกและห่างจากความชื้น
- คิดว่า UPS ป้องกันได้ทุกอย่าง: UPS ช่วยป้องกันไฟดับแต่ไม่ได้ป้องกันปัญหาอื่นๆเช่นไวรัสมัลแวร์
และที่สำคัญอย่าลืมเรื่อง WiFi 6 vs WiFi 6E vs WiFi 7 ต่างกันยังไง 2026 นะครับเทคโนโลยี Network ก็สำคัญไม่แพ้กัน!
- ข้อมูลเพิ่มเติม: EA Forex
- ข้อมูลเพิ่มเติม: Swing Trading กลยุทธ์เทรดระยะก
สรุปท้าย
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Surge Protector และ UPS ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับสรุปง่ายๆคือ Surge Protector เหมาะสำหรับป้องกันไฟกระชากส่วน UPS เหมาะสำหรับป้องกันไฟดับและจ่ายไฟสำรองการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องอุปกรณ์และข้อมูลสำคัญของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2026 และต่อๆไปไฟฟ้ายังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตของเราการลงทุนกับ Surge Protector และ UPS ที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณครับอย่ารอให้เกิดความเสียหายก่อนแล้วค่อยมาคิดถึงเรื่องนี้เพราะตอนนั้นอาจจะสายเกินไปแล้ว
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net Blog
บทความแนะนำ: สนใจเรื่องการลงทุนและ Forex? อ่านได้ที่ iCafeFX สอนเทรด Forex โดย iCafeFX
🎯 IT Career & Finance ที่ Siam2R.com