
ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข้อมูลคือขุมทรัพย์แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดอ่อนที่เปิดช่องให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์เข้ามาโจมตีองค์กรได้ง่ายขึ้นการป้องกันจึงไม่ใช่แค่การติดตั้ง Firewall หรือ Antivirus อีกต่อไปแต่เป็นการสร้างระบบที่สามารถมองเห็นวิเคราะห์และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำองค์กรต่างๆจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นจากอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆภายในเครือข่ายเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือถูกโจรกรรมโดยผู้ไม่หวังดี
ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆคุณอาจมีกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันขโมยแต่ถ้ามีคนร้ายปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้ามาในร้านคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขามีเจตนาไม่ดี? คุณอาจต้องใช้เวลาดูวิดีโอย้อนหลังเป็นวันๆเพื่อหาความผิดปกติในโลกไซเบอร์ก็เช่นกันการตรวจสอบ Log Files จำนวนมากด้วยตนเองเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยดังนั้นองค์กรจึงต้องการเครื่องมือที่สามารถช่วยให้พวกเขามองเห็นภาพรวมของความปลอดภัยทั้งหมดและสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงทีนี่คือที่มาของ SIEM หรือ Security Information and Event Management ซึ่งเป็นโซลูชันที่ได้รับความนิยมและมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน
ดังนั้น **SIEM คืออะไร Security Information Event Management** จึงเป็นคำถามที่ผู้บริหารและผู้ดูแลระบบ IT ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะ SIEM ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือรวบรวม Log ธรรมดาแต่เป็นระบบที่ซับซ้อนซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายเพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของสถานะความปลอดภัยและสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงทีเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการที่รวบรวมข้อมูลจากทุกทิศทางประมวลผลวิเคราะห์และแจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติทำให้องค์กรสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
SIEM ทำงานอย่างไร?
หัวใจสำคัญของ SIEM คือการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆภายในเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น Server, Firewall, Intrusion Detection Systems (IDS), Antivirus, Application Logs, และฐานข้อมูลข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาจัดเก็บในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ในอนาคตโดยทั่วไปจะใช้ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลหลังจากนั้นข้อมูลจะถูกประมวลผลเพื่อแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและทำการ Normalize เพื่อให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆมีรูปแบบที่สอดคล้องกันทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์และเปรียบเทียบ
เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บและประมวลผลเรียบร้อยแล้ว SIEM จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆเช่น Rule-based Correlation, Statistical Analysis, และ Machine Learning เพื่อระบุรูปแบบและพฤติกรรมที่ผิดปกติซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภัยคุกคามตัวอย่างเช่นหากมีผู้ใช้งานพยายามเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านผิดๆหลายครั้งจาก IP Address ที่ไม่คุ้นเคย SIEM จะสามารถตรวจจับพฤติกรรมนี้ได้และแจ้งเตือนไปยังทีมรักษาความปลอดภัย
เมื่อ SIEM พบเหตุการณ์ที่น่าสงสัยระบบจะแจ้งเตือนไปยังทีมรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการแจ้งเตือนอาจอยู่ในรูปแบบของ Email, SMS, หรือ Dashboard ที่แสดงผลแบบ Real-time นอกจากนี้ SIEM ยังสามารถสร้างรายงานสรุปเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยขององค์กรรวมถึงสถิติเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อีกด้วย
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ประโยชน์ของ SIEM
การนำ SIEM มาใช้งานในองค์กรมีประโยชน์มากมายประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการตรวจจับภัยคุกคามที่รวดเร็วและแม่นยำ SIEM สามารถช่วยให้องค์กรตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำลดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญจะถูกโจรกรรมหรือทำลายนอกจากนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย SIEM จะช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพลดผลกระทบที่เกิดขึ้นตัวอย่างเช่นหากมีผู้ใช้งานดาวน์โหลดไฟล์ที่มีไวรัส SIEM จะสามารถตรวจจับได้ทันทีและทำการกักกันไฟล์นั้นก่อนที่ไวรัสจะแพร่กระจายไปยังระบบอื่นๆ
นอกจากนี้ SIEM ยังช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยต่างๆเช่น PCI DSS, HIPAA, และ GDPR ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่องค์กรต้องปฏิบัติตามเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าและหลีกเลี่ยงค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้นอกจากนี้ SIEM ยังช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงช่องโหว่และจุดอ่อนในระบบรักษาความปลอดภัยและสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นตัวอย่างเช่นหาก SIEM พบว่ามี Server ที่ไม่ได้อัปเดต Patch ความปลอดภัยเป็นเวลานานก็จะแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทำการอัปเดต Patch นั้นทันที
สุดท้ายการใช้ SIEM สามารถช่วยลดต้นทุนในการตรวจสอบและวิเคราะห์ Log Files ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการตรวจสอบด้วยตนเองการใช้ SIEM จะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรบุคคลได้อย่างมากทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่สำคัญกว่าได้
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
SIEM กับ Log Management แตกต่างกันอย่างไร?
แม้ว่า SIEM และ Log Management จะมีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายคลึงกันแต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน Log Management เป็นกระบวนการรวบรวมจัดเก็บและจัดการ Log Files จากแหล่งต่างๆภายในเครือข่ายเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในขณะที่ SIEM เป็นระบบที่ซับซ้อนกว่าซึ่งรวมเอา Log Management เข้ากับฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อมูลและการแจ้งเตือนภัยคุกคาม
กล่าวอีกนัยหนึ่ง Log Management เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ SIEM SIEM จะใช้ Log Files ที่ถูกรวบรวมโดย Log Management เพื่อทำการวิเคราะห์และระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นนอกจากนี้ SIEM ยังสามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นๆที่ไม่ใช่ Log Files เช่นข้อมูลจาก Intrusion Detection Systems (IDS) และ Antivirus เพื่อให้ได้ภาพรวมของความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นหากองค์กรต้องการเพียงแค่รวบรวมและจัดเก็บ Log Files เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา Log Management ก็อาจเป็นโซลูชันที่เพียงพอแต่หากองค์กรต้องการตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ SIEM คือตัวเลือกที่ดีกว่า
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: คำศัพท์ Forex
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
องค์ประกอบหลักของ SIEM
SIEM ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพองค์ประกอบเหล่านี้รวมถึง:
- **Data Collection:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆภายในเครือข่าย
- **Data Storage:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลที่รวบรวมมาในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์
- **Data Processing:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการประมวลผลข้อมูลเพื่อแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและทำการ Normalize
- **Data Analysis:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่างๆเช่น Rule-based Correlation, Statistical Analysis, และ Machine Learning
- **Alerting:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการแจ้งเตือนไปยังทีมรักษาความปลอดภัยเมื่อพบเหตุการณ์ที่น่าสงสัย
- **Reporting:** ส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการสร้างรายงานสรุปเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยขององค์กร
องค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้ SIEM สามารถรวบรวมวิเคราะห์และจัดการข้อมูลด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ประเภทของ SIEM
SIEM สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวิธีการติดตั้งและใช้งานประเภทที่พบบ่อยที่สุดคือ: ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ในแนะนำ: RSI คืออะไรใช้ยังไงให้ได้กำไรวิธีอ่านค่า RSI แบบ
- **On-Premise SIEM:** SIEM ที่ถูกติดตั้งและใช้งานบน Server ขององค์กรเอง
- **Cloud-Based SIEM:** SIEM ที่ถูกให้บริการผ่าน Cloud โดยผู้ให้บริการภายนอก
- **Hybrid SIEM:** SIEM ที่ผสมผสานระหว่าง On-Premise และ Cloud-Based
แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน On-Premise SIEM เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลและความปลอดภัยอย่างเต็มที่แต่ต้องมีการลงทุนใน Hardware และ Software รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ Cloud-Based SIEM เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งและใช้งานแต่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก Hybrid SIEM เป็นทางเลือกที่ผสมผสานข้อดีของทั้งสองประเภท
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
การเลือก SIEM ที่เหมาะสม
การเลือก SIEM ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะ SIEM ที่ไม่เหมาะสมอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างเต็มที่ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือก SIEM ได้แก่:
- **ขนาดขององค์กร:** องค์กรขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลจำนวนมากอาจต้องการ SIEM ที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลได้
- **งบประมาณ:** SIEM มีราคาที่แตกต่างกันไปตามประเภทและฟังก์ชันการทำงานองค์กรควรเลือก SIEM ที่เหมาะสมกับงบประมาณที่มี
- **ความต้องการด้านความปลอดภัย:** องค์กรควรพิจารณาถึงความต้องการด้านความปลอดภัยของตนเองและเลือก SIEM ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้น
- **ความง่ายในการใช้งาน:** SIEM ที่ใช้งานง่ายจะช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- **การสนับสนุน:** องค์กรควรเลือก SIEM ที่มีผู้ให้บริการที่ให้การสนับสนุนที่ดี
นอกจากนี้องค์กรควรทำการทดลองใช้ SIEM ก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้แน่ใจว่า SIEM นั้นเหมาะสมกับความต้องการขององค์กรจริงๆ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ตารางเปรียบเทียบ SIEM Solutions
| คุณสมบัติ | On-Premise SIEM | Cloud-Based SIEM | Hybrid SIEM |
|---|---|---|---|
| การติดตั้ง | ติดตั้งบน Server ขององค์กร | ให้บริการผ่าน Cloud | ผสมผสาน On-Premise และ Cloud |
| ค่าใช้จ่าย | ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงแต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่ำ | ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำแต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนสูง | ค่าใช้จ่ายปานกลาง |
| การควบคุม | ควบคุมข้อมูลและความปลอดภัยอย่างเต็มที่ | พึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก | ควบคุมข้อมูลบางส่วน |
| ความง่ายในการใช้งาน | อาจซับซ้อนในการติดตั้งและดูแลรักษา | ง่ายในการติดตั้งและใช้งาน | ความยากง่ายปานกลาง |
| ความยืดหยุ่น | มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่ง | มีความยืดหยุ่นจำกัด | มีความยืดหยุ่นปานกลาง |
| Scalability | Scalability ขึ้นอยู่กับ Hardware | Scalability สูง | Scalability ปานกลาง |
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
วิธีการติดตั้งและตั้งค่า SIEM (ตัวอย่าง: Graylog)
การติดตั้งและตั้งค่า SIEM อาจมีความซับซ้อนแต่ในที่นี้จะยกตัวอย่างการติดตั้ง Graylog ซึ่งเป็น Open-Source SIEM ที่ได้รับความนิยม
1. **ติดตั้ง Elasticsearch:** Graylog ใช้ Elasticsearch เป็นฐานข้อมูลสำหรับจัดเก็บ Log Files
sudo apt update
sudo apt install apt-transport-https
wget -qO - https://artifacts.elastic.co/GPG-KEY-elasticsearch | sudo apt-key add -
echo "deb https://artifacts.elastic.co/packages/7.x/apt stable main" | sudo tee -a /etc/apt/sources.list.d/elastic-7.x.list
sudo apt update
sudo apt install elasticsearch
sudo systemctl start elasticsearch
sudo systemctl enable elasticsearch
2. **ติดตั้ง MongoDB:** Graylog ใช้ MongoDB สำหรับจัดเก็บข้อมูล Configuration
sudo apt update
sudo apt install mongodb
sudo systemctl start mongodb
sudo systemctl enable mongodb
3. **ติดตั้ง Graylog:**
wget https://packages.graylog2.org/repo/packages/graylog-4.0-repository_latest.deb
sudo dpkg -i graylog-4.0-repository_latest.deb
sudo apt update
sudo apt install graylog-server
4. **แก้ไขไฟล์ `/etc/graylog/server/server.conf`:** แก้ไขค่าต่างๆเช่น `password_secret`, `root_password_sha2`, และ `rest_listen_uri` ให้เหมาะสมผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่การเทรดคืออะไร — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 สำหรับเทรด
5. **เริ่มต้น Graylog Server:**
sudo systemctl start graylog-server
sudo systemctl enable graylog-server
หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้นคุณสามารถเข้าใช้งาน Graylog ผ่าน Web Browser โดยใช้ IP Address ของ Server และ Port 9000 (ค่า Default) จากนั้นคุณสามารถ Configure Input เพื่อรับ Log Files จากแหล่งต่างๆภายในเครือข่าย
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
การใช้งาน SIEM อาจมีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งควรระวังไว้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการรวบรวม Log Files มากเกินไปทำให้ SIEM ทำงานช้าลงและสิ้นเปลืองทรัพยากรนอกจากนี้การตั้งค่า Rule ที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิด False Positive หรือ False Negative ซึ่งทำให้ SIEM แจ้งเตือนผิดพลาดหรือพลาดการตรวจจับภัยคุกคามที่แท้จริง
**ประสบการณ์จริงจากอ.บอม:** ผมเคยเจอปัญหาลูกค้าติดตั้ง SIEM แล้วรวบรวม Log ทุกอย่างทำให้ Server รับ Log ไม่ทันจนต้องปรับ Filter Log กันยกใหญ่อีกเคสคือตั้ง Rule แจ้งเตือนละเอียดเกินไปทำให้แจ้งเตือนทุกอย่างสุดท้ายทีม Security เหนื่อยกว่าเดิมเพราะต้องมานั่งคัดกรองอีกที
ดังนั้นการวางแผนการรวบรวม Log Files และการตั้งค่า Rule จึงเป็นสิ่งสำคัญมากองค์กรควรทำการทดสอบ Rule ต่างๆก่อนนำไปใช้งานจริงเพื่อให้แน่ใจว่า Rule นั้นทำงานได้อย่างถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดปัญหา
นอกจากนี้องค์กรควรทำการปรับปรุง SIEM อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ SIEM สามารถตรวจจับภัยคุกคามใหม่ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพการปรับปรุง SIEM อาจรวมถึงการอัปเดต Rule, การติดตั้ง Patch ความปลอดภัย, และการปรับแต่ง Configuration ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
การมีทีมงานที่เข้าใจ Network เป็นอย่างดีก็สำคัญมากผมเคยติดตั้ง SIEM ให้กับบริษัทหนึ่งแล้วปรากฏว่า network config ไม่ดีทำให้ Log ส่งมาไม่ครบต้องไล่แก้ config Trunk Cable ใหม่หมดเลยเสียเวลาไปเยอะ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
SIEM กับอนาคตของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
ในอนาคต SIEM จะยังคงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แต่ SIEM จะต้องพัฒนาไปเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีใหม่ๆเช่น Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) จะถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ SIEM จะต้องสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยอื่นๆได้อย่างราบรื่นเช่น Endpoint Detection and Response EDR และ Threat Intelligence Platform (TIP) เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
สรุป
**SIEM คืออะไร Security Information Event Management** เป็นโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวมวิเคราะห์และจัดการข้อมูลด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำการเลือก SIEM ที่เหมาะสมและการใช้งานอย่างถูกต้องจะช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องข้อมูลและระบบสำคัญของตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วการมี SIEM ที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่การลงทุนใน SIEM ที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงและรักษาความน่าเชื่อถือของตนเองได้ในระยะยาวอย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน IT อย่างผมอ.บอม SiamCafe.net (1997) และ SiamLancard.com เพื่อเลือก solution ที่เหมาะสมกับธุรกิจคุณนะครับบางที WDM BiDi SFP Module ที่ช่วยประหยัดค่า Fiber ก็เป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบรักษาความปลอดภัยได้เช่นกัน!
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net ตำนาน IT ไทย 29 ปี
📈 IT professional สนใจ Forex เป็นรายได้เสริม ดูที่ iCafeForex.com