
ในโลกยุคดิจิทัลที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์การจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญของทุกองค์กรหนึ่งในความท้าทายคือการเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณในบทความนี้เราจะเจาะลึกถึง 3 ตัวเลือกยอดนิยมอย่าง SAN, NAS และ DAS เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่างข้อดีข้อเสียและสถานการณ์ที่เหมาะสมในการใช้งานเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก Storage Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างแท้จริง
SAN vs NAS vs DAS เปรียบเทียบ Storage Solution: ไขข้อสงสัยเลือก Storage Solution ที่ใช่สำหรับคุณ
หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า SAN, NAS และ DAS แต่ก็ยังสับสนว่าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไรและแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด? บทความนี้จะช่วยคลี่คลายความสับสนนั้นโดยจะเปรียบเทียบแต่ละ Storage Solution อย่างละเอียดตั้งแต่โครงสร้างการทำงานประสิทธิภาพความซับซ้อนในการติดตั้งไปจนถึงค่าใช้จ่ายเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรของคุณได้อย่างแม่นยำ
DAS (Direct-Attached Storage): ง่ายสะดวกเหมาะสำหรับเริ่มต้น
DAS หรือ Direct-Attached Storage คือ Storage Solution ที่เรียบง่ายที่สุดโดยเป็นการเชื่อมต่อ Storage Device (เช่น Hard Drive หรือ SSD) เข้ากับ Server หรือ Workstation โดยตรงผ่านทาง Interface อย่าง SATA, SAS หรือ USB DAS มักเป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับผู้ใช้งานตามบ้านหรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมอย่างรวดเร็วและไม่ซับซ้อน
ข้อดีของ DAS:
- ติดตั้งง่าย: ไม่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางในการติดตั้งเพียงแค่เชื่อมต่อ Storage Device เข้ากับเครื่องก็ใช้งานได้เลย
- ราคาถูก: DAS มักมีราคาถูกกว่า SAN และ NAS เนื่องจากมีความซับซ้อนน้อยกว่า
- ประสิทธิภาพดีในระดับ Local: หากใช้งานบนเครื่องเดียว DAS จะให้ประสิทธิภาพที่ดีเนื่องจากไม่มี Network Overhead
ข้อเสียของ DAS:
- ไม่สามารถแชร์ข้อมูลได้ง่าย: การแชร์ข้อมูลระหว่างเครื่องต่างๆต้องอาศัยการ Copy ข้อมูลหรือสร้าง Network Share ซึ่งไม่สะดวกและอาจทำให้เกิด Data Duplication
- ขยายขีดความสามารถจำกัด: การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทำได้ยากและอาจต้องหยุดการทำงานของเครื่องเพื่อทำการ Upgrade
- บริหารจัดการยาก: การบริหารจัดการ Storage หลายๆตัวบนเครื่องต่าง
NAS (Network-Attached Storage): แชร์ง่ายใช้สะดวก
NAS หรือ Network-Attached Storage คือ Storage Device ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Network และให้บริการ File Sharing แก่ Client ต่างๆใน Network NAS มักมีระบบปฏิบัติการ (OS) ของตัวเองและสามารถรองรับ Protocol ในการแชร์ไฟล์ได้หลากหลายเช่น SMB/CIFS (สำหรับ Windows), NFS (สำหรับ Linux/Unix) และ AFP (สำหรับ macOS) NAS เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการ Centralized Storage สำหรับแชร์ไฟล์และ Backup ข้อมูล
ข้อดีของ NAS:
- แชร์ไฟล์ได้ง่าย: NAS ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะเป็น Computer, Tablet หรือ Smartphone
- บริหารจัดการง่าย: NAS มี Web-based Interface ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Monitor และ Configure Storage ได้อย่างง่ายดาย
- รองรับ RAID: NAS ส่วนใหญ่มักรองรับ RAID (Redundant Array of Independent Disks) ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานของข้อมูล (Data Redundancy)
- ฟีเจอร์หลากหลาย: NAS หลายรุ่นมาพร้อมกับฟีเจอร์เพิ่มเติมเช่น Media Server, Cloud Sync และ Surveillance Station
ข้อเสียของ NAS:
- ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่า SAN: เนื่องจาก NAS ใช้ Network Protocol ในการรับส่งข้อมูลประสิทธิภาพจึงอาจต่ำกว่า SAN ที่ใช้ Block-level Protocol
- อาจมีปัญหาเรื่อง Bandwidth: หากมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าถึง NAS พร้อมกันอาจทำให้เกิดปัญหา Bandwidth Congestion
- ความซับซ้อนในการตั้งค่า: การตั้งค่า NAS อาจซับซ้อนกว่า DAS โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องการ Configure ฟีเจอร์ขั้นสูง
ตัวอย่าง Config NAS (Synology):
สมมติว่าเราต้องการสร้าง Share Folder ชื่อ “SharedData” และกำหนดสิทธิ์ให้ User “John” สามารถอ่านและเขียนไฟล์ได้เราสามารถทำได้ดังนี้:
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: EA สำหรับ VPS
- เข้าสู่ระบบ DSM (DiskStation Manager) ผ่าน Web Browser
- ไปที่ Control Panel > Shared Folder
- คลิก Create > Create Shared Folder
- ตั้งชื่อ Shared Folder เป็น “SharedData”
- กำหนด Location ของ Shared Folder
- กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง:
- เลือก User “John”
- กำหนด Permission เป็น “Read/Write”
- คลิก Apply
หลังจากนั้น User “John” จะสามารถเข้าถึง Share Folder “SharedData” ผ่าน Network Drive ได้ทันทีหากต้องการเจาะลึกเรื่องนี้ลองอ่าน Gap ในตลาดสำหรับมือใหม่
ผมเคยเจอปัญหาลูกค้า SMB แห่งหนึ่งใช้ File Server Windows แชร์ไฟล์ AutoCAD ขนาดใหญ่ทำให้ Network อืดมากพอเปลี่ยนมาใช้ QNAP TS-464 NAS 4-Bay รีวิวสำหรับออฟฟิศ 2026 ปัญหา Network อืดหายไปเลยเพราะ NAS ออกแบบมาเพื่อการแชร์ไฟล์โดยเฉพาะ
SAN (Storage Area Network): ประสิทธิภาพสูงยืดหยุ่น
SAN หรือ Storage Area Network คือ Network ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อ Server เข้ากับ Storage Device โดยเฉพาะ SAN ใช้ Block-level Protocol เช่น Fibre Channel (FC), iSCSI หรือ NVMe over Fabrics (NVMe-oF) ในการรับส่งข้อมูลซึ่งทำให้ SAN มีประสิทธิภาพสูงกว่า NAS SAN เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงความยืดหยุ่นและความพร้อมใช้งาน (High Availability) สูง
ข้อดีของ SAN:
- ประสิทธิภาพสูง: SAN ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า NAS เนื่องจากใช้ Block-level Protocol และ Network ที่ออกแบบมาเพื่อ Storage โดยเฉพาะ
- ยืดหยุ่น: SAN สามารถรองรับ Server และ Storage Device ได้หลากหลายทำให้ง่ายต่อการ Scale และ Upgrade
- High Availability: SAN สามารถ Configure ให้มี Redundancy ในระดับ Hardware และ Software ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีอุปกรณ์บางตัวล้มเหลว
- Centralized Management: SAN มี Software สำหรับบริหารจัดการ Storage อย่างครบวงจรทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Monitor และ Configure Storage ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสียของ SAN:
- ซับซ้อน: การติดตั้งและ Configure SAN ค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- ราคาแพง: SAN มีราคาแพงกว่า NAS และ DAS เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ Hardware และ Software ที่มีราคาสูง
- ต้องใช้ Network Infrastructure พิเศษ: SAN มักต้องการ Network Infrastructure พิเศษเช่น Fibre Channel Switch ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ตัวอย่าง Config SAN (iSCSI Target บน Linux):
สมมติว่าเราต้องการสร้าง iSCSI Target บน Linux Server เพื่อให้ Server อื่นๆสามารถเข้าถึง Storage ได้เราสามารถทำได้ดังนี้:
- ติดตั้ง iSCSI Target Software (เช่น tgt):
- Configure iSCSI Target:
- สร้าง Logical Unit (LUN):
- อนุญาตให้ iSCSI Initiator เข้าถึง Target:
- Start iSCSI Target Service:
yum install tgt
tgtadm --lld iscsi --mode create --target iqn.2024-01.example.com:storage.target1
tgtadm --lld iscsi --mode logicalunit --op new --target iqn.2024-01.example.com:storage.target1 --lun 1 --backing-store /dev/sdb1
tgtadm --lld iscsi --mode target --op bind --tid 1 --initiator-address iqn.2024-01.example.com:client.initiator1
systemctl start tgtd
หลังจากนั้น Server อื่นๆที่มี iSCSI Initiator Software จะสามารถ Discover และ Mount iSCSI Target ได้เนื้อหาที่เกี่ยวข้องมีอยู่ใน Timeframe ไหนเหมาะกับคุณวิธีเสำหรับมือใหม่
สมัยก่อนตอนทำ Data Center ผมเคยเจอปัญหา SAN Controller Error ทำให้ Virtual Machine กว่า 20 ตัว Down ไปพร้อมกันหลังจากนั้นผมเลย Implement Redundant SAN Controller เพื่อป้องกันปัญหา Single Point of Failure
ล่าสุดผมเพิ่งมีโอกาส Implement NVMe-oF SAN ให้กับบริษัท Startup ที่ทำ AI/ML ทำให้ Training Model เร็วขึ้นกว่าเดิม 3 เท่าเพราะ NVMe-oF SAN มี Latency ต่ำมาก
ตารางเปรียบเทียบ SAN, NAS และ DAS
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเรามาดูตารางเปรียบเทียบ SAN, NAS และ DAS กัน:
| Feature | DAS | NAS | SAN |
|---|---|---|---|
| Complexity | Low | Medium | High |
| Cost | Low | Medium | High |
| Performance | Good (Local) | Medium | Excellent |
| Scalability | Limited | Medium | Excellent |
| Sharing | Difficult | Easy | Easy |
| Management | Difficult | Easy | Complex |
| Use Case | Small Business, Home User | Small to Medium Business | Large Enterprise |
| Protocol | SATA, SAS, USB | SMB/CIFS, NFS, AFP | Fibre Channel, iSCSI, NVMe-oF |
จากตารางจะเห็นได้ว่าแต่ละ Storage Solution มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันการเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละองค์กรหากคุณยังไม่แน่ใจว่า Storage Solution แบบไหนเหมาะกับคุณลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
สรุป
การเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร DAS, NAS และ SAN ต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันการทำความเข้าใจถึงความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก Storage Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจของคุณได้อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหา NAS ดีๆสักตัวลองดูบทความ Unraid vs TrueNAS vs Synology เปรียบเทียบ NAS OS 2026 เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจหรือถ้ายังลังเลระหว่าง NAS กับ Cloud Storage ลองอ่าน NAS vs Cloud Storage เก็บข้อมูลแบบไหนดีกว่า
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net Blog
🎯 IT Career & Finance ที่ Siam2R.com