PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่

PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่

เคยไหม? ที่ต้องเจอปัญหาติดตั้งกล้องวงจรปิด IP Camera หรือ Access Point ในจุดที่ไม่มีปลั๊กไฟหรือไกลจากตู้ Rack หลักมากจะเดินสายไฟใหม่ก็ยุ่งยากแถมงบบานปลายไปอีกปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมเจอมานับครั้งไม่ถ้วนตลอด 30 ปีที่คลุกคลีอยู่ในวงการ IT และ Network แต่ไม่ต้องกังวล! เพราะวันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจเรื่อง “PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่” อุปกรณ์สองตัวนี้แหละที่จะมาช่วยให้การติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายของคุณง่ายสะดวกและประหยัดกว่าที่เคย

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า PoE (Power over Ethernet) มาบ้างแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรทำงานยังไงและจะเอามาประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองได้ยังไงบ้างบทความนี้จะไม่ได้เป็นแค่การเปรียบเทียบ PoE Splitter กับ PoE Injector เท่านั้นแต่จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ PoE การใช้งานจริงสถานการณ์ที่ควรเลือกใช้อุปกรณ์แต่ละประเภทรวมถึงข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเพื่อให้คุณสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างมั่นใจ

เรื่องของ PoE ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้วครับยิ่งในยุคที่อุปกรณ์ IoT (Internet of Things) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นการทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ดูแลระบบเครือข่ายช่างติดตั้งหรือแม้แต่ผู้ใช้งานทั่วไปการมีความรู้เรื่อง PoE จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอุปกรณ์เครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ทำความเข้าใจ PoE: Power over Ethernet คืออะไร?

ก่อนที่จะไปเจาะลึกเรื่อง PoE Splitter และ PoE Injector เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานของ PoE กันก่อนดีกว่า PoE หรือ Power over Ethernet คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปพร้อมกับข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียวได้ทำให้เราไม่ต้องลากสายไฟแยกต่างหากไปยังอุปกรณ์ปลายทางซึ่งสะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเยอะลองนึกภาพว่าคุณต้องการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนเสาไฟฟ้าที่อยู่ห่างจากอาคารหลักการใช้ PoE จะช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

PoE ทำงานโดยการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสาย LAN ที่ไม่ได้ใช้งาน (spare pairs) หรือใช้สาย LAN ที่ใช้งานอยู่ร่วมกัน (data pairs) โดยไม่รบกวนการส่งข้อมูลซึ่งมีมาตรฐาน IEEE 802.3af (PoE), 802.3at (PoE+) และ 802.3bt (PoE++) ที่กำหนดแรงดันไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าที่สามารถส่งได้ทำให้เราสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอุปกรณ์ที่รองรับ PoE จะมีวงจรพิเศษที่สามารถแยกกระแสไฟฟ้าและข้อมูลออกจากกันได้ทำให้สามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหา

การใช้ PoE ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสำนักงานหรือโรงงานเท่านั้นนะครับในปัจจุบันเรายังเห็นการนำ PoE ไปใช้ในบ้านเรือนมากขึ้นเช่นการติดตั้งระบบไฟ LED ที่รองรับ PoE หรือการใช้โทรศัพท์ VoIP ที่ใช้พลังงานจาก PoE ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านของเราด้วย Power over Ethernet Lighting PoE Lighting ระบบไฟใหม่ เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้ PoE ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ข้อดีของ PoE ที่คุณควรรู้

PoE ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีที่ช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้นเท่านั้นแต่ยังมีข้อดีอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไปมาดูกันว่าข้อดีของ PoE มีอะไรบ้าง:

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย: ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายไฟและเต้ารับเพราะใช้แค่สาย LAN เส้นเดียว
  • ติดตั้งง่าย: ไม่ต้องเดินสายไฟใหม่เพียงแค่ใช้สาย LAN ที่มีอยู่
  • ความยืดหยุ่นสูง: ติดตั้งอุปกรณ์ในที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟได้เช่นบนเพดานหรือนอกอาคาร
  • ความน่าเชื่อถือ: จ่ายไฟได้อย่างเสถียรและปลอดภัยมีระบบป้องกันไฟฟ้าเกินและไฟฟ้าลัดวงจร
  • การจัดการง่าย: สามารถควบคุมและตรวจสอบการจ่ายไฟจากส่วนกลางได้ทำให้ง่ายต่อการแก้ไขปัญหา
  • รองรับ UPS: เมื่อไฟดับอุปกรณ์ที่ต่อผ่าน PoE Switch ที่มี UPS จะยังคงทำงานได้

จากประสบการณ์ของผมในการติดตั้งระบบเครือข่ายกว่า 600 จุดทั่วประเทศผมพบว่าการใช้ PoE ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไปได้มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่การเดินสายไฟเป็นเรื่องยากลำบากเช่นโรงงานขนาดใหญ่หรืออาคารเก่าแก่นอกจากนี้การจัดการและตรวจสอบการจ่ายไฟจากส่วนกลางยังช่วยให้การบำรุงรักษาระบบเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือความน่าเชื่อถือของ PoE ครับอุปกรณ์ PoE ส่วนใหญ่จะมีระบบป้องกันไฟฟ้าเกินและไฟฟ้าลัดวงจรทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ของเราจะได้รับการปกป้องจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาทางไฟฟ้าและด้วยความสามารถในการรองรับ UPS (Uninterruptible Power Supply) ทำให้อุปกรณ์ที่ต่อผ่าน PoE Switch ที่มี UPS จะยังคงทำงานได้แม้ในขณะที่ไฟฟ้าดับทำให้มั่นใจได้ว่าระบบของเราจะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

อุปกรณ์ที่รองรับ PoE มีอะไรบ้าง?

PoE ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์หลากหลายประเภทตั้งแต่กล้องวงจรปิด IP Camera ไปจนถึงระบบไฟ LED ทำให้เราสามารถติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายลองมาดูกันว่าอุปกรณ์ที่รองรับ PoE มีอะไรบ้าง:

  • IP Cameras (กล้องวงจรปิด): กล้องวงจรปิด IP Camera เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในการใช้ PoE มากที่สุดเพราะช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟและสามารถติดตั้งได้ในทุกที่
  • VoIP Phones (โทรศัพท์ VoIP): โทรศัพท์ VoIP ที่ใช้ PoE จะไม่ต้องใช้ Adapter ไฟทำให้โต๊ะทำงานดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น
  • Wireless Access Points (จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi): Access Point ที่ใช้ PoE สามารถติดตั้งบนเพดานหรือผนังได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปลั๊กไฟ
  • IP Intercoms (ระบบอินเตอร์คอมแบบ IP): ระบบอินเตอร์คอมแบบ IP ที่ใช้ PoE ช่วยให้การติดตั้งและบำรุงรักษาง่ายขึ้น
  • LED Lighting (ไฟ LED ที่รองรับ PoE): ไฟ LED ที่รองรับ PoE ช่วยประหยัดพลังงานและสามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง
  • ประตู Key Card Access Control: ระบบควบคุมการเข้าออกที่ใช้ไฟเลี้ยงผ่านสาย Lan

นอกจากอุปกรณ์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมายที่รองรับ PoE เช่น Sensors, Controllers และ Displays ซึ่งทำให้ PoE กลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการพัฒนา Smart Buildings และ Smart Cities ในอนาคต

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่?

มาถึงพระเอกและนางเอกของเราในวันนี้นั่นก็คือ PoE Splitter และ PoE Injector สองอุปกรณ์นี้ทำงานกันคนละแบบแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ผ่านสาย LAN การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์จะช่วยให้เราสามารถติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์เครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: CafeFX Panel

PoE Injector เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่เราต้องการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ PoE ในขณะที่ Switch ของเราไม่รองรับ PoE หรือเมื่อเราต้องการเพิ่มระยะทางในการส่งสัญญาณ PoE ในทางกลับกัน PoE Splitter เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่อุปกรณ์ปลายทางของเราไม่รองรับ PoE แต่เราต้องการจ่ายไฟให้มันผ่านสาย LAN โดยการแยกไฟออกมาข้อมูลอ้างอิงจากดูรายละเอียด: forex factory ภาษาไทยซึ่งอธิบายไว้อย่างละเอียด

ในการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเราต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆเช่นประเภทของอุปกรณ์ปลายทางกำลังไฟฟ้าที่ต้องการระยะทางในการส่งสัญญาณและงบประมาณที่มีอยู่การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง PoE Splitter และ PoE Injector จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

PoE Injector: เติมไฟให้สาย LAN

PoE Injector หรือที่เรียกกันติดปากว่า “Midspan” คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ “ฉีด” ไฟฟ้าเข้าไปในสาย LAN พูดง่ายๆคือมันจะแปลงไฟจากเต้ารับปกติให้กลายเป็นไฟ PoE แล้วส่งไปตามสาย LAN เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ปลายทางลองนึกภาพว่าคุณมีกล้องวงจรปิด IP Camera ที่รองรับ PoE แต่ Switch ของคุณไม่ใช่ PoE Switch คุณสามารถใช้ PoE Injector เสียบเข้ากับเต้ารับแล้วต่อสาย LAN จาก Injector ไปยังกล้องวงจรปิดเพียงเท่านี้กล้องวงจรปิดของคุณก็จะได้รับทั้งไฟและข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียว

PoE Injector มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตั้งแต่ Injector แบบ Single-Port ที่จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เพียงตัวเดียวไปจนถึง Injector แบบ Multi-Port ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ได้หลายตัวพร้อมกันการเลือก Injector ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับจำนวนอุปกรณ์ PoE ที่เราต้องการจ่ายไฟและกำลังไฟฟ้าที่อุปกรณ์แต่ละตัวต้องการ

จากประสบการณ์ของผมในการติดตั้งกล้องวงจรปิด IP Camera ในพื้นที่ห่างไกลผมมักจะเลือกใช้ PoE Injector แบบ Outdoor ที่มีคุณสมบัติกันน้ำและกันฝุ่นเพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์จะทำงานได้อย่างเสถียรแม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายนอกจากนี้ผมยังเลือกใช้ Injector ที่รองรับมาตรฐาน PoE+ (802.3at) เพื่อให้สามารถจ่ายไฟให้กับกล้องวงจรปิดที่มีความต้องการพลังงานสูงได้

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

สถานการณ์ที่ควรใช้ PoE Injector

PoE Injector เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ต่างๆดังนี้:

  • เมื่อ Switch ของคุณไม่รองรับ PoE: หาก Switch ที่คุณใช้งานอยู่ไม่ใช่ PoE Switch คุณจะต้องใช้ Injector เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ PoE
  • เมื่อคุณต้องการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ PoE เพียงไม่กี่ตัว: หากคุณมีอุปกรณ์ PoE แค่ 1-2 ตัวการใช้ Injector จะประหยัดกว่าการซื้อ PoE Switch สำหรับกล้อง IP Camera เลือกกี่วัตต์ 2026 ใหม่
  • เมื่อคุณต้องการเพิ่มระยะทาง: Injector บางรุ่นสามารถเพิ่มระยะทางในการส่งสัญญาณ PoE ได้โดยใช้เทคโนโลยี PoE Extender
  • เมื่อคุณต้องการแยกวงจรไฟฟ้า: ในบางกรณีการใช้ Injector จะช่วยแยกวงจรไฟฟ้าของอุปกรณ์ PoE ออกจาก Switch หลักซึ่งอาจช่วยลดปัญหา Noise และเพิ่มความเสถียรของระบบ

ตัวอย่างการใช้งาน: สมมติว่าคุณต้องการติดตั้งกล้องวงจรปิด IP Camera ที่อยู่ห่างจาก Switch มากพอสมควรและ Switch ของคุณไม่รองรับ PoE คุณสามารถใช้ PoE Injector เสียบเข้ากับเต้ารับใกล้กับ Switch แล้วต่อสาย LAN จาก Injector ไปยัง IP Camera เพียงเท่านี้ IP Camera ของคุณก็จะได้รับทั้งไฟและข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียว

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

PoE Splitter: แยกไฟและข้อมูลออกจากสาย LAN

PoE Splitter คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับ Injector คือมันจะ “แยก” ไฟฟ้าและข้อมูลออกจากสาย LAN ที่มีสัญญาณ PoE อยู่แล้วจากนั้นจะส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทางผ่านสาย LAN ปกติและส่งไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ปลายทางผ่านสาย DC ลองนึกภาพว่าคุณมีอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ PoE แต่คุณต้องการจ่ายไฟให้มันผ่านสาย LAN คุณสามารถใช้ PoE Splitter ต่อเข้ากับสาย LAN ที่มีสัญญาณ PoE จากนั้น Splitter จะแยกไฟออกมาจ่ายให้กับอุปกรณ์ของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่านแนะนำ: Swap คืออะไรค่า Swap บวกลบหมายความว่าอย่างไร [202 ประกอบ

PoE Splitter มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตั้งแต่ Splitter ที่รองรับแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกันไปจนถึง Splitter ที่มี Output หลายช่องการเลือก Splitter ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับแรงดันไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าที่อุปกรณ์ปลายทางต้องการรวมถึงจำนวนอุปกรณ์ที่เราต้องการจ่ายไฟให้

ผมเคยเจอปัญหาที่ลูกค้าต้องการใช้โทรศัพท์ VoIP รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ PoE แต่ Switch ที่ใช้งานเป็น PoE Switch ผมแนะนำให้ลูกค้าใช้ PoE Splitter เพื่อแยกไฟออกมาจ่ายให้กับโทรศัพท์ VoIP ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและประหยัดค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

สถานการณ์ที่ควรใช้ PoE Splitter

PoE Splitter เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ต่างๆดังนี้:

  • เมื่ออุปกรณ์ปลายทางไม่รองรับ PoE: หากอุปกรณ์ปลายทางของคุณไม่รองรับ PoE แต่คุณต้องการจ่ายไฟให้มันผ่านสาย LAN คุณจะต้องใช้ Splitter เพื่อแยกไฟออกมา
  • เมื่อคุณต้องการใช้ PoE กับอุปกรณ์ที่ต้องใช้แรงดันไฟที่แตกต่าง: Splitter บางรุ่นสามารถปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ปลายทางได้เช่น 5V, 12V หรือ 24V
  • เมื่อคุณต้องการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการข้อมูล: ในบางกรณีคุณอาจต้องการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการข้อมูลเช่นไฟ LED หรือ Sensors คุณสามารถใช้ Splitter เพื่อแยกไฟออกมาจ่ายให้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้
  • เมื่อคุณต้องการลดความซับซ้อนในการเดินสาย: การใช้ Splitter ช่วยลดความซับซ้อนในการเดินสายไฟเพราะคุณไม่ต้องลากสายไฟแยกต่างหากไปยังอุปกรณ์ปลายทาง

ตัวอย่างการใช้งาน: สมมติว่าคุณต้องการติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ PoE ในจุดที่ไม่มีปลั๊กไฟคุณสามารถใช้ PoE Switch ที่มีอยู่แล้วต่อสาย LAN ไปยัง PoE Splitter จากนั้น Splitter จะแยกไฟออกมาจ่ายให้กับอุปกรณ์ของคุณ

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบ PoE Splitter vs PoE Injector

เพื่อให้เห็นภาพรวมและความแตกต่างของ PoE Splitter และ PoE Injector ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นผมได้สรุปข้อมูลสำคัญไว้ในตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้:

คุณสมบัติ PoE Injector PoE Splitter
หน้าที่หลัก เพิ่มไฟให้กับสาย LAN แยกไฟและข้อมูลออกจากสาย LAN
สถานการณ์ที่เหมาะสม Switch ไม่รองรับ PoE, ต้องการเพิ่มระยะทาง อุปกรณ์ปลายทางไม่รองรับ PoE, ต้องการแรงดันไฟที่แตกต่าง
การใช้งาน เสียบ Injector เข้ากับเต้ารับแล้วต่อสาย LAN ไปยังอุปกรณ์ PoE ต่อ Splitter เข้ากับสาย LAN ที่มีสัญญาณ PoE แล้วต่อสาย LAN และสาย DC ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
ข้อดี ติดตั้งง่าย, ราคาไม่แพง ใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ PoE, ปรับแรงดันไฟได้
ข้อเสีย ต้องมีเต้ารับใกล้กับ Switch ต้องใช้กับ PoE Switch หรือ PoE Injector
ราคาโดยประมาณ 500 – 2,000 บาท 500 – 2,500 บาท

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

วิธีการติดตั้ง/ตั้งค่าพร้อม command ตัวอย่าง (ถ้าเกี่ยวข้อง)

การติดตั้ง PoE Injector และ PoE Splitter เป็นเรื่องง่ายมากครับไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคมากมายเพียงแค่ทำตามขั้นตอนง่ายๆดังนี้:

การติดตั้ง PoE Injector:

  1. เสียบปลั๊ก PoE Injector เข้ากับเต้ารับ
  2. ต่อสาย LAN จาก Switch ไปยังช่อง “Data In” ของ Injector
  3. ต่อสาย LAN จากช่อง “Data & Power Out” ของ Injector ไปยังอุปกรณ์ PoE
  4. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ PoE ได้รับไฟและทำงานได้ตามปกติ

การติดตั้ง PoE Splitter:

  1. ต่อสาย LAN จาก PoE Switch หรือ PoE Injector ไปยังช่อง “PoE In” ของ Splitter
  2. ต่อสาย LAN จากช่อง “Data Out” ของ Splitter ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
  3. ต่อสาย DC จากช่อง “Power Out” ของ Splitter ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
  4. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ปลายทางได้รับไฟและทำงานได้ตามปกติ

ตัวอย่าง Configuration CLI สำหรับ Switch (Cisco):

ถึงแม้ว่า PoE Injector/Splitter จะไม่ต้อง config แต่ถ้าใช้ PoE Switch เราสามารถ config ได้ดังนี้ (เพื่อจำกัดกำลังไฟ):


interface GigabitEthernet1/0/1
 power inline static max 15400
!

คำสั่งนี้จะกำหนดกำลังไฟสูงสุดที่พอร์ต GigabitEthernet1/0/1 สามารถจ่ายได้เป็น 15.4 วัตต์ (15400 mW) ซึ่งเป็นค่าสูงสุดตามมาตรฐาน PoE (802.3af)

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ข้อควรระวัง/ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ถึงแม้ว่า PoE จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายแต่ก็ยังมีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรระวัง:

  • กำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า PoE Injector หรือ PoE Switch สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ปลายทางหากกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพออุปกรณ์อาจทำงานไม่ปกติหรือไม่ทำงานเลย
  • สาย LAN ไม่ได้มาตรฐาน: ใช้สาย LAN ที่มีคุณภาพดีและได้มาตรฐาน (Cat5e หรือ Cat6) เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถส่งกระแสไฟฟ้าและข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระยะทางเกินกำหนด: ระยะทางสูงสุดในการส่งสัญญาณ PoE คือ 100 เมตรหากระยะทางเกินกว่านี้สัญญาณอาจอ่อนลงและอุปกรณ์อาจทำงานไม่ปกติ
  • การต่อสายผิดพลาด: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณต่อสาย LAN และสาย DC ถูกต้องหากต่อสายผิดพลาดอุปกรณ์อาจเสียหายได้
  • ความร้อนสูงเกินไป: หลีกเลี่ยงการติดตั้ง PoE Injector หรือ PoE Splitter ในที่ที่มีความร้อนสูงเพราะอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้

จากประสบการณ์ของผมผมเคยเจอปัญหาที่ลูกค้าติดตั้งกล้องวงจรปิด IP Camera แล้วภาพไม่ขึ้นปรากฏว่าสาเหตุมาจาก PoE Injector ไม่สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าได้เพียงพอผมแนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ PoE Injector ที่มีกำลังไฟฟ้าสูงขึ้นซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

สรุปท้าย

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่อง “PoE Splitter vs PoE Injector ใช้อันไหนเมื่อไหร่” ได้อย่างละเอียดและสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณได้อย่างถูกต้องการทำความเข้าใจเทคโนโลยี PoE จะช่วยให้คุณสามารถติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์เครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

ถ้าคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการคำแนะนำในการเลือกซื้ออุปกรณ์ PoE สามารถติดต่อสอบถามมาได้เลยนะครับผมยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ SiamLancard.com มีอุปกรณ์ Network/Server/POS ครบวงจรพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ

📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net ตำนาน IT ไทย 29 ปี

บทความแนะนำ: สนใจเรื่องการลงทุนและ Forex? อ่านได้ที่ EA Semi Auto Forex โดย iCafeFX

🎯 IT Career & Finance ที่ Siam2R.com

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
Free Forex EA Download — XM Signal · EA Forex ฟรี
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart