Load Balancing 2 WAN บน MikroTik ทำยังไง

Load Balancing 2 WAN บน MikroTik ทำยังไง

เบื่อไหมกับปัญหาเน็ตหลุดเน็ตช้าเวลาใช้งานพร้อมกันหลายคนในบ้านหรือออฟฟิศ? ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการที่เรามีอินเทอร์เน็ตเพียงเส้นเดียวและเมื่อมีคนใช้งานเยอะๆแบนด์วิธก็จะถูกแชร์กันทำให้ความเร็วลดลงแต่ไม่ต้องกังวลเพราะวันนี้เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยการทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik RouterOS ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรวมความเร็วอินเทอร์เน็ตจากสองเส้นเข้าด้วยกันทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณลื่นไหลไม่มีสะดุดอีกต่อไป

ทำไมต้อง Load Balancing 2 WAN บน MikroTik?

ก่อนที่เราจะลงมือทำกันเรามาดูกันก่อนว่าทำไมการทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

MikroTik RouterOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ทรงพลังและมีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับบ้านไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่และเมื่อพูดถึง Load Balancing แล้ว MikroTik ก็มีฟีเจอร์ที่รองรับการทำงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของการทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik:

  • เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต: โดยการรวมแบนด์วิธจากสองเส้นเข้าด้วยกันทำให้ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ลดปัญหาเน็ตหลุด: หาก WAN เส้นใดเส้นหนึ่งมีปัญหาอีกเส้นหนึ่งจะยังคงทำงานได้ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ขาดตอน
  • เพิ่มความเสถียร: ด้วยการกระจายโหลดไปยัง WAN ทั้งสองเส้นทำให้ระบบโดยรวมมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
  • คุ้มค่า: แทนที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเส้นเดียวการใช้สองเส้นความเร็วปานกลางมาทำ Load Balancing อาจเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า

Load Balancing 2 WAN บน MikroTik ทำยังไง: ขั้นตอนอย่างละเอียด

เอาล่ะครับมาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดนั่นคือวิธีการทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik เราจะมาดูกันทีละขั้นตอนอย่างละเอียดเพื่อให้คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆ

1. เตรียมความพร้อม

ก่อนอื่นเราต้องเตรียมอุปกรณ์และข้อมูลให้พร้อมก่อน

  • MikroTik Router: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า MikroTik Router ของคุณมีพอร์ต Ethernet เพียงพอสำหรับเชื่อมต่อ WAN ทั้งสองเส้นและ LAN ที่จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆในเครือข่าย
  • อินเทอร์เน็ต 2 เส้น: เตรียมอินเทอร์เน็ตสองเส้นที่มี IP Address, Gateway, และ DNS Server ที่ถูกต้อง
  • คอมพิวเตอร์: สำหรับใช้ในการตั้งค่า MikroTik Router ผ่าน Winbox หรือ WebFig
  • Winbox หรือ WebFig: ดาวน์โหลด Winbox จากเว็บไซต์ MikroTik (แนะนำ) หรือใช้ WebFig ผ่าน Browser

2. กำหนดค่า Interface

หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วเราจะเริ่มกำหนดค่า Interface ของ MikroTik Router

  1. เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับ MikroTik Router: ผ่านสาย Ethernet
  2. เปิด Winbox หรือ WebFig: แล้ว Login เข้าสู่ MikroTik Router (default username คือ admin และไม่มี password)
  3. ไปที่ Interface: ใน Winbox ให้ไปที่ Interfaces หรือใน WebFig ให้ไปที่ Interface List
  4. เปลี่ยนชื่อ Interface: เปลี่ยนชื่อ Interface ที่เชื่อมต่อกับ WAN ทั้งสองเส้นให้เป็นชื่อที่เข้าใจง่ายเช่น WAN1 และ WAN2
  5. กำหนด IP Address ให้กับ Interface WAN: ไปที่ IP -> Addresses แล้วเพิ่ม IP Address ที่ได้รับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้กับ Interface WAN1 และ WAN2

ตัวอย่าง:

  • WAN1: IP Address: 192.168.1.2/24, Gateway: 192.168.1.1
  • WAN2: IP Address: 10.0.0.2/24, Gateway: 10.0.0.1

3. กำหนดค่า Gateway

หลังจากกำหนด IP Address ให้กับ Interface WAN แล้วเราจะกำหนดค่า Gateway

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: VPS สำหรับ EA Forex

  1. ไปที่ IP -> Routes: ใน Winbox หรือ IP -> Routes ใน WebFig
  2. เพิ่ม Default Route: เพิ่ม Default Route สองเส้นโดยชี้ไปยัง Gateway ของ WAN1 และ WAN2
  3. กำหนด Distance: กำหนด Distance ให้กับ Default Route ทั้งสองเส้นโดยให้เส้นที่มีความเสถียรมากกว่ามี Distance น้อยกว่า

ตัวอย่าง:

  • WAN1: Gateway: 192.168.1.1, Distance: 1
  • WAN2: Gateway: 10.0.0.1, Distance: 2

การกำหนด Distance จะทำให้ MikroTik Router เลือกใช้ WAN1 เป็นหลักและจะสลับไปใช้ WAN2 ก็ต่อเมื่อ WAN1 มีปัญหา

4. กำหนดค่า NAT (Network Address Translation)

เพื่อให้ Client ในเครือข่ายสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เราต้องกำหนดค่า NAT ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่แนะนำ: Scalping Forex เทคนิคเทรดสั้นทำกำไรเร็ว [2026]

  1. ไปที่ IP -> Firewall -> NAT: ใน Winbox หรือ IP -> Firewall -> NAT ใน WebFig
  2. เพิ่ม NAT Rule: เพิ่ม NAT Rule สำหรับ Masquerade Traffic จาก LAN ไปยัง WAN ทั้งสองเส้น
  3. กำหนด Out. Interface: ใน Tab General ให้เลือก Chain เป็น srcnat, Out. Interface เป็น WAN1 และ WAN2
  4. กำหนด Action: ใน Tab Action ให้เลือก Action เป็น masquerade

เราจะต้องเพิ่ม NAT Rule สอง Rule โดย Rule หนึ่งกำหนด Out. Interface เป็น WAN1 และอีก Rule หนึ่งกำหนด Out. Interface เป็น WAN2

5. กำหนดค่า Mangle

Mangle เป็นฟีเจอร์ที่สำคัญในการทำ Load Balancing เพราะจะช่วยให้เราสามารถกำหนดได้ว่า Traffic ประเภทใดจะถูกส่งไปยัง WAN เส้นใด

  1. ไปที่ IP -> Firewall -> Mangle: ใน Winbox หรือ IP -> Firewall -> Mangle ใน WebFig
  2. เพิ่ม Mangle Rule: เพิ่ม Mangle Rule เพื่อ Mark Connection และ Mark Routing
  3. Mark Connection: สร้าง Rule ที่ Mark Connection โดยกำหนด Connection Mark เป็น connection_wan1 และ connection_wan2 โดยใช้ nth=2,1 และ nth=2,0 ตามลำดับ
  4. Mark Routing: สร้าง Rule ที่ Mark Routing โดยกำหนด Routing Mark เป็น routing_wan1 และ routing_wan2 โดยใช้ Connection Mark ที่สร้างไว้

ตัวอย่าง Mangle Rule:

/ip firewall mangle
add action=mark-connection chain=prerouting comment="Mark Connection WAN1" connection-mark=no-mark new-connection-mark=connection_wan1 nth=2,1 passthrough=yes
add action=mark-connection chain=prerouting comment="Mark Connection WAN2" connection-mark=no-mark new-connection-mark=connection_wan2 nth=2,0 passthrough=yes
add action=mark-routing chain=prerouting comment="Mark Routing WAN1" connection-mark=connection_wan1 new-routing-mark=routing_wan1 passthrough=no
add action=mark-routing chain=prerouting comment="Mark Routing WAN2" connection-mark=connection_wan2 new-routing-mark=routing_wan2 passthrough=no

6. กำหนดค่า Routing

หลังจากกำหนดค่า Mangle แล้วเราจะกำหนดค่า Routing เพื่อให้ Traffic ที่ถูก Mark Routing ถูกส่งไปยัง WAN ที่ถูกต้อง

  1. ไปที่ IP -> Routes: ใน Winbox หรือ IP -> Routes ใน WebFig
  2. เพิ่ม Route: เพิ่ม Route สองเส้นโดยกำหนด Routing Mark เป็น routing_wan1 และ routing_wan2 และ Gateway เป็น Gateway ของ WAN1 และ WAN2 ตามลำดับ

ตัวอย่าง Routing Rule:

  • Routing Mark: routing_wan1, Gateway: 192.168.1.1
  • Routing Mark: routing_wan2, Gateway: 10.0.0.1

7. ทดสอบการทำงาน

หลังจากทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วเราจะมาทดสอบการทำงานของ Load Balancing สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่านคู่มือกองทุน spdr วันนี้คืออะไรฉบับสมบูรณ์ประกอบ

  • ทดสอบความเร็ว: ลองทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วย Speedtest หรือเว็บไซต์อื่นๆเพื่อดูว่าความเร็วเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • ทดสอบการ Failover: ลองถอดสาย WAN เส้นใดเส้นหนึ่งออกแล้วดูว่าอินเทอร์เน็ตยังคงใช้งานได้หรือไม่

ตัวอย่างการ Config Load Balancing บน MikroTik แบบ PCC (Per Connection Classifier)

PCC (Per Connection Classifier) เป็นอีกหนึ่งวิธีการทำ Load Balancing บน MikroTik ที่ได้รับความนิยมเพราะสามารถกระจาย Traffic ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยจะแบ่ง Traffic ตาม Connection Source Address, Destination Address, และ Protocol

ขั้นตอนการ Config Load Balancing แบบ PCC:

  1. กำหนดค่า Interface และ IP Address: เหมือนกับขั้นตอนที่ 2 ในวิธีการก่อนหน้า
  2. กำหนดค่า NAT: เหมือนกับขั้นตอนที่ 4 ในวิธีการก่อนหน้า
  3. กำหนดค่า Mangle: สร้าง Mangle Rule โดยใช้ PCC เพื่อ Mark Connection
  4. กำหนดค่า Routing: สร้าง Routing Rule โดยใช้ Routing Mark ที่สร้างจาก Mangle Rule

ตัวอย่าง Mangle Rule สำหรับ PCC:

/ip firewall mangle
add action=mark-connection chain=prerouting comment="PCC WAN1" connection-mark=no-mark dst-address-type=!local in-interface-list=LAN new-connection-mark=wan1_conn per-connection-classifier=both-addresses:2/0 passthrough=yes
add action=mark-connection chain=prerouting comment="PCC WAN2" connection-mark=no-mark dst-address-type=!local in-interface-list=LAN new-connection-mark=wan2_conn per-connection-classifier=both-addresses:2/1 passthrough=yes
add action=mark-routing chain=prerouting comment="Route WAN1" connection-mark=wan1_conn new-routing-mark=to_wan1 passthrough=no
add action=mark-routing chain=prerouting comment="Route WAN2" connection-mark=wan2_conn new-routing-mark=to_wan2 passthrough=no

ตัวอย่าง Routing Rule สำหรับ PCC:

/ip route
add distance=1 gateway=192.168.1.1 routing-mark=to_wan1
add distance=2 gateway=10.0.0.1 routing-mark=to_wan2

ตารางเปรียบเทียบวิธีการ Load Balancing

Feature Load Balancing แบบ Distance Load Balancing แบบ PCC
ความซับซ้อนในการ Config ง่าย ปานกลาง
การกระจาย Traffic ตาม Distance ตาม Connection
ประสิทธิภาพ ปานกลาง ดี
เหมาะสำหรับ ผู้เริ่มต้น ผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
Failover อัตโนมัติ อัตโนมัติ

ข้อควรระวังในการทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik

ถึงแม้ว่าการทำ Load Balancing จะมีประโยชน์มากมายแต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ต้องคำนึงถึง

  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต: การทำ Load Balancing ไม่ได้หมายความว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแต่เป็นการรวมแบนด์วิธจากทั้งสองเส้นเข้าด้วยกัน
  • Latency: หาก WAN ทั้งสองเส้นมี Latency ที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานบาง Application ที่ต้องการ Latency ต่ำ
  • ค่าใช้จ่าย: การใช้สองเส้นอินเทอร์เน็ตอาจมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้เส้นเดียวที่มีความเร็วสูง
  • ความเข้ากันได้: บาง Application อาจไม่รองรับการใช้งานบน Load Balancing Network

สรุป

การทำ Load Balancing 2 WAN บน MikroTik ทำยังไง ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่เราได้กล่าวมาข้างต้นคุณก็สามารถเพิ่มความเร็วและความเสถียรของอินเทอร์เน็ตของคุณได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการทำ Load Balancing แบบ Distance หรือแบบ PCC ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายของตนเองนะครับ

หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ใน Comment ด้านล่างเลยครับ

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
Free Forex EA Download — XM Signal · EA Forex ฟรี
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart