Cable Certifier vs Cable Tester ต่างกันยังไง

Cable Certifier vs Cable Tester ต่างกันยังไง

ในยุคดิจิทัลที่การสื่อสารและข้อมูลคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่เครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและหัวใจสำคัญของเครือข่ายก็คือสายเคเบิลไม่ว่าจะเป็นสาย LAN (Local Area Network) หรือสาย Fiber Optic ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกันแต่บ่อยครั้งที่เราละเลยความสำคัญของการตรวจสอบและทดสอบสายเคเบิลเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาเช่นความเร็วในการรับส่งข้อมูลช้า, สัญญาณขาดหายหรือแม้กระทั่งเครือข่ายล่มทั้งหมด

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังทำงานสำคัญที่ต้องส่งไฟล์ขนาดใหญ่แต่กลับต้องรอเป็นชั่วโมงเพราะสาย LAN มีปัญหาหรือร้ายกว่านั้นคือระบบ POS (Point of Sale) ที่ร้านค้าของคุณไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากสายเคเบิลขัดข้องสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและสามารถเกิดขึ้นได้หากเราไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและบำรุงรักษาสายเคเบิลอย่างสม่ำเสมอการลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบและทดสอบสายเคเบิลจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าในระยะยาวเพื่อให้มั่นใจว่าเครือข่ายของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบสายเคเบิลชื่อของ Cable Tester และ Cable Certifier มักจะถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบกันเสมอหลายคนอาจสงสัยว่าอุปกรณ์ทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไรแล้วเราควรเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดไหนให้เหมาะสมกับความต้องการของเราบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง Cable Certifier vs Cable Tester ต่างกันยังไง? ทั้งในด้านของฟังก์ชันการทำงาน, ความแม่นยำ, ราคาและการใช้งานเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

Cable Tester: เครื่องมือพื้นฐานสำหรับตรวจสอบความต่อเนื่องของสาย

Cable Tester คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบความต่อเนื่องของสายเคเบิลซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่สำคัญในการตรวจสอบว่าสายเคเบิลแต่ละเส้นเชื่อมต่อกันอย่างถูกต้องหรือไม่โดย Cable Tester จะส่งสัญญาณไฟฟ้าผ่านสายเคเบิลและตรวจสอบว่าสัญญาณนั้นสามารถเดินทางไปยังปลายทางได้อย่างครบถ้วนหรือไม่หากมีสายเส้นใดเส้นหนึ่งขาด, ลัดวงจรหรือสลับตำแหน่ง Cable Tester จะแจ้งให้ทราบทันทีทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากฟังก์ชันการตรวจสอบความต่อเนื่องแล้ว Cable Tester บางรุ่นยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติมเช่นการตรวจสอบ Wiremap (การเรียงลำดับของสาย) ซึ่งช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าสายเคเบิลถูกเข้าหัวอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน T568A หรือ T568B ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการเข้าหัวสาย LAN ทั่วไปการตรวจสอบ Wiremap มีความสำคัญอย่างมากเพราะหากสายเคเบิลถูกเข้าหัวผิดพลาดอาจทำให้เกิดปัญหาในการรับส่งข้อมูลหรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ไม่สามารถทำงานได้เลย

การใช้งาน Cable Tester นั้นง่ายและสะดวกไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคมากมายเพียงแค่เสียบสายเคเบิลเข้ากับ Cable Tester ที่หัวและท้ายสายจากนั้นกดปุ่มทดสอบ Cable Tester ก็จะแสดงผลลัพธ์ให้เราทราบทันทีทำให้ Cable Tester เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปหรือช่างเทคนิคที่ต้องการตรวจสอบสายเคเบิลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

Cable Certifier: เครื่องมือขั้นสูงสำหรับรับรองมาตรฐานสายเคเบิล

Cable Certifier เป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนและมีราคาสูงกว่า Cable Tester อย่างมากเนื่องจาก Cable Certifier ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตรวจสอบความต่อเนื่องของสายเคเบิลเท่านั้นแต่ยังสามารถวัดประสิทธิภาพของสายเคเบิลในด้านต่างๆได้อย่างละเอียดเช่น Attenuation (การลดทอนสัญญาณ), NEXT (Near-End Crosstalk – สัญญาณรบกวนจากสายคู่ใกล้เคียง), Return Loss (การสะท้อนกลับของสัญญาณ) และ ACR (Attenuation-to-Crosstalk Ratio – อัตราส่วนระหว่างสัญญาณที่ลดทอนกับสัญญาณรบกวน) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเร็วและความเสถียรของเครือข่าย

นอกจากนี้ Cable Certifier ยังสามารถเปรียบเทียบผลการวัดกับมาตรฐานอุตสาหกรรมต่างๆเช่น TIA/EIA และ ISO/IEC เพื่อรับรอง (Certify) ว่าสายเคเบิลเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงและต้องการรับประกันว่าเครือข่ายนั้นสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตได้การรับรองมาตรฐานสายเคเบิลยังช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือข้อกำหนดของลูกค้าบางรายได้อีกด้วย

Cable Certifier มักถูกนำมาใช้ในการติดตั้งเครือข่ายขนาดใหญ่หรือในโครงการที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงเช่นโรงพยาบาล, ธนาคารหรือศูนย์ข้อมูล (Data Center) เนื่องจาก Cable Certifier สามารถให้ข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสายเคเบิลทำให้มั่นใจได้ว่าเครือข่ายจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเสถียรภาพ

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: Redhat Warp EA

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

การใช้งานจริง: ประสบการณ์จากอ.บอม

ในประสบการณ์การติดตั้ง Network กว่า 600 จุดทั่วประเทศของผม (อ.บอม) ผมพบว่าปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือสาย LAN ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือสาย LAN ที่ถูกติดตั้งอย่างไม่ถูกต้องทำให้เกิดปัญหาความเร็วในการรับส่งข้อมูลช้าหรือสัญญาณขาดหายอยู่บ่อยครั้งในหลายๆโครงการผมจำเป็นต้องใช้ Cable Certifier เพื่อตรวจสอบและรับรองว่าสาย LAN ที่ติดตั้งนั้นเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเครือข่ายของพวกเขาจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ครั้งหนึ่งผมเคยติดตั้ง Network ให้กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งมีความต้องการสูงในเรื่องของความเสถียรและความน่าเชื่อถือของเครือข่ายเนื่องจากเครือข่ายนี้จะถูกใช้ในการรับส่งข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญผมได้ใช้ Cable Certifier ในการตรวจสอบและรับรองสาย LAN ทุกเส้นเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทางการแพทย์จะถูกส่งไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วผลลัพธ์คือเครือข่ายของโรงพยาบาลแห่งนั้นทำงานได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น

อีกประสบการณ์หนึ่งคือการติดตั้ง Network ให้กับสำนักงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีปัญหาเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูลช้ามาโดยตลอดหลังจากที่ผมได้ตรวจสอบสาย LAN ด้วย Cable Certifier ผมพบว่าสาย LAN หลายเส้นไม่ได้มาตรฐานและมีค่า Attenuation สูงเกินไปทำให้สัญญาณอ่อนลงและส่งผลต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูลผมได้ทำการเปลี่ยนสาย LAN ใหม่และใช้ Cable Certifier ในการรับรองว่าสาย LAN ใหม่เป็นไปตามมาตรฐานผลลัพธ์คือความเร็วในการรับส่งข้อมูลของสำนักงานแห่งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและปัญหาความเร็วช้าก็หายไป

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบ Cable Certifier vs Cable Tester

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง Cable Certifier และ Cable Tester ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นผมได้สรุปข้อมูลที่สำคัญไว้ในตารางเปรียบเทียบดังนี้:

คุณสมบัติ Cable Tester Cable Certifier
ฟังก์ชันหลัก ตรวจสอบความต่อเนื่องของสาย, Wiremap ตรวจสอบความต่อเนื่องของสาย, วัดประสิทธิภาพ (Attenuation, NEXT, Return Loss, ACR), รับรองมาตรฐาน
ความแม่นยำ ต่ำ สูง
มาตรฐาน ไม่สามารถรับรองมาตรฐาน สามารถรับรองมาตรฐาน TIA/EIA, ISO/IEC
ราคา ถูก แพง
การใช้งาน ตรวจสอบเบื้องต้น, แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ติดตั้งเครือข่ายขนาดใหญ่, โครงการที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
ผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานทั่วไป, ช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่าย, ผู้ติดตั้งเครือข่าย

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

วิธีการติดตั้งและตั้งค่า Cable Tester (ตัวอย่าง Fluke Networks MicroScanner2)

Cable Tester ส่วนใหญ่ใช้งานง่ายไม่ต้องมีการติดตั้งหรือตั้งค่าที่ซับซ้อนตัวอย่างเช่น Fluke Networks MicroScanner2 ซึ่งเป็น Cable Tester ที่ได้รับความนิยมคุณสามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากใส่แบตเตอรี่

  1. ใส่แบตเตอรี่: เปิดฝาด้านหลังของ MicroScanner2 และใส่แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
  2. เชื่อมต่อสาย: เสียบสาย LAN ที่ต้องการทดสอบเข้ากับพอร์ต RJ45 บน MicroScanner2 และอีกด้านหนึ่งของสายเข้ากับ Remote ID (ถ้ามี)
  3. เปิดเครื่อง: กดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่อง
  4. อ่านผลลัพธ์: MicroScanner2 จะแสดงผลลัพธ์เช่น Wiremap, ความยาวสาย, และปัญหาที่ตรวจพบ

สำหรับ Cable Certifier การตั้งค่าอาจซับซ้อนกว่าเล็กน้อยเนื่องจากต้องมีการเลือกมาตรฐานที่ต้องการรับรองและตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆให้เหมาะสมแต่โดยทั่วไปแล้ว Cable Certifier จะมี Wizard หรือคู่มือการใช้งานที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าได้อย่างง่ายดายหากต้องการเจาะลึกเรื่องนี้ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติม: Forex

ประสบการณ์จริง: สมัยก่อนตอนทำ SquidNT Proxy (Thaiware Award 2005) ผมต้องเดินสาย LAN ในออฟฟิศเอง Cable Tester ช่วยชีวิตผมไว้เยอะมากเพราะมันทำให้ผมเช็คได้ทันทีว่าสายที่ผมเข้าหัวเองนั้นใช้ได้หรือเปล่าประหยัดเวลาไปเยอะเลย

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ในการใช้งาน Cable Tester และ Cable Certifier มีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและแม่นยำบทความที่เกี่ยวข้อง: เรียนรู้เรื่อง Forex สำหรับมือใหม่ 10 ข้อผิดพ

  • ตรวจสอบแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ที่อ่อนอาจส่งผลต่อความแม่นยำในการวัดควรตรวจสอบแบตเตอรี่ก่อนใช้งานเสมอ
  • ใช้หัวต่อที่ถูกต้อง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้หัวต่อที่ถูกต้องสำหรับสายเคเบิลที่คุณกำลังทดสอบ (เช่น RJ45 สำหรับสาย LAN, LC/SC สำหรับสาย Fiber)
  • ทำความสะอาดหัวต่อ: หัวต่อที่สกปรกอาจทำให้เกิดการวัดค่าที่ผิดพลาดควรทำความสะอาดหัวต่อก่อนใช้งาน
  • ระวังไฟฟ้าสถิต: ไฟฟ้าสถิตอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ควรระมัดระวังในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีไฟฟ้าสถิตสูง
  • อัพเดท Firmware: สำหรับ Cable Certifier ควรตรวจสอบและอัพเดท Firmware ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: หลายคนคิดว่า Cable Tester ราคาถูกก็เพียงพอแล้วแต่ในความเป็นจริง Cable Tester ไม่สามารถบอกได้ว่าสาย LAN เส้นนั้นรองรับความเร็ว 1 Gbps หรือไม่ถ้าต้องการความมั่นใจต้องใช้ Cable Certifier เท่านั้น

อย่าลืมตรวจสอบ Cable Tester วิธีใช้เครื่องทดสอบสาย LAN เพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

สาย DAC Direct Attach Copper Cable เกี่ยวข้องอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า สาย DAC Direct Attach Copper Cable คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Cable Certifier หรือ Cable Tester อย่างไร? สาย DAC เป็นสายเคเบิลที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายในระยะใกล้เช่น Server กับ Switch ใน Data Center สาย DAC มักจะมาพร้อมกับหัวต่อ SFP+ หรือ QSFP+ ที่ฝังอยู่ในสายทำให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรและรวดเร็วการตรวจสอบสาย DAC ด้วย Cable Certifier เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าสาย DAC นั้นทำงานได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานและสามารถรองรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ต้องการได้

ในขณะที่ Cable Tester อาจไม่สามารถตรวจสอบสาย DAC ได้อย่างละเอียด Cable Certifier จะสามารถวัดประสิทธิภาพของสาย DAC ได้อย่างแม่นยำเช่นค่า Insertion Loss และ Return Loss ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญในการประเมินคุณภาพของสาย DAC นอกจากนี้ Cable Certifier ยังสามารถตรวจสอบว่าสาย DAC นั้นเป็นไปตามมาตรฐาน SFF-8431 หรือไม่ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดคุณสมบัติทางไฟฟ้าและทางกลของสาย DAC

สำหรับ Fiber Optic อย่าลืมศึกษา OTDR Fiber Tester เครื่องวัดสาย Fiber ใช้ยังไง เพิ่มเติม

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม

สรุป

Cable Certifier vs Cable Tester ต่างกันยังไง? คำตอบคือ Cable Tester เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจสอบความต่อเนื่องของสายเคเบิลในขณะที่ Cable Certifier เป็นเครื่องมือขั้นสูงที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพของสายเคเบิลและรับรองมาตรฐานการเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดใดขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณหากคุณต้องการเพียงแค่ตรวจสอบว่าสายเคเบิลเชื่อมต่อกันอย่างถูกต้องหรือไม่ Cable Tester ก็เพียงพอแต่หากคุณต้องการสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงและต้องการรับประกันว่าเครือข่ายนั้นเป็นไปตามมาตรฐานการลงทุนใน Cable Certifier คือสิ่งที่คุ้มค่าในระยะยาว

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง Cable Certifier และ Cable Tester ได้อย่างชัดเจนและสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างถูกต้องหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการคำแนะนำในการเลือกซื้ออุปกรณ์สามารถติดต่อ SiamLancard.com ได้ตลอดเวลาเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการที่ดีที่สุด

📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net Blog

🎯 IT Career & Finance ที่ Siam2R.com

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
Free Forex EA Download — XM Signal · EA Forex ฟรี
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart