
Raspberry Pi 5 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสร้างความฮือฮาในวงการ IT อีกครั้งด้วยประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้าทำให้หลายคนเริ่มมองหาความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้ในงาน IT Infrastructure มากขึ้นบทความนี้จะเจาะลึกถึงศักยภาพของ Raspberry Pi 5 ในบริบทของ IT Infrastructure อย่างละเอียดตั้งแต่การใช้งานพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในระดับองค์กรพร้อมยกตัวอย่าง Use Case จริงเพื่อให้เห็นภาพว่า Raspberry Pi 5 สามารถทำอะไรได้บ้างและคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่
Raspberry Pi 5 ทำอะไรได้บ้างสำหรับ IT Infrastructure: ศักยภาพที่มากกว่า Single-Board Computer
หลายคนอาจมองว่า Raspberry Pi เป็นเพียงบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือผู้ที่สนใจอิเล็กทรอนิกส์แต่ในความเป็นจริง Raspberry Pi ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในงาน IT Infrastructure โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Raspberry Pi 5 ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้
สเปคที่น่าสนใจของ Raspberry Pi 5
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงการใช้งานเรามาดูสเปคที่น่าสนใจของ Raspberry Pi 5 กันก่อน:
- CPU: Broadcom BCM2712 quad-core 64-bit Cortex-A76 processor, clocked at 2.4GHz
- GPU: VideoCore VII
- RAM: 4GB หรือ 8GB LPDDR4X-4267 SDRAM (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
- Storage: MicroSD card slot (รองรับ SD card ที่มีความเร็วสูง)
- Ports:
- 2 x USB 3.0 ports
- 2 x USB 2.0 ports
- 2 x HDMI ports (รองรับ 4K@60Hz display output)
- Gigabit Ethernet
- MIPI Camera (CSI) port
- MIPI Display (DSI) port
- PCIe 2.0 x1 interface (สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม)
- Power: 5V/5A DC power via USB-C
จากสเปคข้างต้นจะเห็นได้ว่า Raspberry Pi 5 มี CPU ที่เร็วขึ้น, GPU ที่แรงขึ้น, และ RAM ที่มากขึ้นทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลและรันแอปพลิเคชันที่ต้องการทรัพยากรสูงได้อย่างราบรื่นนอกจากนี้การมี PCIe 2.0 x1 interface ยังเปิดโอกาสให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆเช่น SSD NVMe เพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลได้อีกด้วยอ.บอมเคยใช้ Raspberry Pi 4 ทำ NAS ส่วนตัวพอเปลี่ยนมาใช้ Raspberry Pi 5 กับ NVMe SSD บอกเลยว่าความเร็วต่างกันราวฟ้ากับเหวไฟล์ใหญ่ๆโยนเข้าโยนออกสบายๆ
การใช้งาน Raspberry Pi 5 ใน IT Infrastructure: ตัวอย่าง Use Case
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง Use Case ที่แสดงให้เห็นว่า Raspberry Pi 5 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงาน IT Infrastructure ได้หลากหลาย:
1. Network Monitoring
Raspberry Pi 5 สามารถใช้เป็น Network Monitoring Tool ขนาดเล็กได้โดยติดตั้งซอฟต์แวร์อย่าง Nagios, Zabbix หรือ Prometheus เพื่อตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆเช่น Router, Switch, Server และ Endpoint นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Snort หรือ Suricata เพื่อตรวจจับการบุกรุกเครือข่ายได้อีกด้วย
ประสบการณ์จริงอ.บอม: สมัยก่อนตอนติดตั้ง Network ใหม่ๆกว่า 600 จุดทั่วประเทศผมจะใช้ Raspberry Pi ติดตั้ง Nagios ไว้ที่ Site งานลูกค้าแต่ละที่เพื่อ Monitor อุปกรณ์ Network หลักๆเช่น Router, Switch, Access Point ทำให้รู้ปัญหาได้รวดเร็วและแก้ไขได้ทันท่วงที
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: Forex Glossary
ตัวอย่าง Command (ติดตั้ง Nagios บน Raspberry Pi):
sudo apt update
sudo apt install nagios4
2. VPN Server
Raspberry Pi 5 สามารถทำหน้าที่เป็น VPN Server ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ซอฟต์แวร์อย่าง OpenVPN หรือ WireGuard ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเข้ามายังเครือข่ายภายในองค์กรได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามการมี VPN Server เป็นของตัวเองมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การทำงานจากระยะไกล (Remote Working) เป็นที่นิยม
ตัวอย่าง Config (OpenVPN Server):
port 1194
proto udp
dev tun
ca /etc/openvpn/ca.crt
cert /etc/openvpn/server.crt
key /etc/openvpn/server.key # This file should be kept secret
dh /etc/openvpn/dh.pem
server 10.8.0.0 255.255.255.0
ifconfig-pool-persist ipp.txt
push "redirect-gateway def1 bypass-dhcp"
push "dhcp-option DNS 8.8.8.8"
push "dhcp-option DNS 8.8.4.4"
keepalive 10 120
cipher AES-256-CBC
user nobody
group nogroup
persist-key
persist-tun
status openvpn-status.log
verb 3
อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยด้วยการใช้ MFA Multi-Factor Authentication สำหรับ Remote Access จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยไปอีกขั้น
3. Web Server
ถึงแม้จะไม่เหมาะกับ Web Server ที่มี Traffic สูงๆแต่ Raspberry Pi 5 ก็สามารถใช้เป็น Web Server ขนาดเล็กสำหรับ Hosting เว็บไซต์ส่วนตัว, Blog หรือ Intranet ขององค์กรได้โดยติดตั้ง Apache หรือ Nginx และ PHP หรือ Python เพื่อสร้าง Dynamic Website นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็น Development Environment สำหรับ Web Developer ได้อีกด้วยตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ในดูรายละเอียด: วิเคราะห์ทอง forex
ตัวอย่าง Command (ติดตั้ง Apache บน Raspberry Pi):
sudo apt update
sudo apt install apache2
4. DNS Server
Raspberry Pi 5 สามารถทำหน้าที่เป็น DNS Server ส่วนตัวได้โดยใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Pi-hole หรือ Bind9 ทำให้สามารถ Block โฆษณาและ Tracking Script ต่างๆได้นอกจากนี้ยังสามารถ Custom DNS Resolution เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ภายในองค์กรได้ง่ายขึ้น
ประสบการณ์จริงอ.บอม: สมัยก่อนผมใช้ Raspberry Pi เป็น DNS Server ที่บ้านเพื่อ Block โฆษณาทำให้การท่องเว็บเร็วขึ้นและลดปริมาณ Data ที่ใช้ไปได้เยอะมากสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่านเรียนรู้เรื่องคู่เงินหลัก Major Minor Exotic ประกอบ
5. Home Automation Hub
Raspberry Pi 5 สามารถใช้เป็น Home Automation Hub ได้โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Home ต่างๆเช่นหลอดไฟ, สวิตช์ไฟ, เซ็นเซอร์, และกล้องวงจรปิดจากนั้นใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Home Assistant หรือ OpenHAB เพื่อควบคุมและ Automate อุปกรณ์เหล่านี้
6. Print Server
ถึงแม้จะเป็น Function ที่เรียบง่ายแต่ Raspberry Pi 5 สามารถทำหน้าที่เป็น Print Server ได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ผู้ใช้งานสามารถ Print เอกสารจากคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ในเครือข่ายโดยไม่ต้องเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์โดยตรง
7. Edge Computing
ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น Raspberry Pi 5 สามารถนำไปใช้ในงาน Edge Computing ได้โดยประมวลผลข้อมูลใกล้กับแหล่งกำเนิดเช่นกล้องวงจรปิด, เซ็นเซอร์, หรืออุปกรณ์ IoT ทำให้ลด Latency และลดภาระของ Cloud Server
ตารางเปรียบเทียบ Raspberry Pi รุ่นต่างๆ
| คุณสมบัติ | Raspberry Pi 3 Model B+ | Raspberry Pi 4 Model B | Raspberry Pi 5 |
|---|---|---|---|
| CPU | 1.4GHz quad-core Cortex-A53 | 1.5GHz quad-core Cortex-A72 | 2.4GHz quad-core Cortex-A76 |
| RAM | 1GB LPDDR2 | 1GB, 2GB, 4GB, หรือ 8GB LPDDR4 | 4GB หรือ 8GB LPDDR4X |
| GPU | VideoCore IV | VideoCore VI | VideoCore VII |
| HDMI | 1 x HDMI | 2 x Micro HDMI | 2 x HDMI |
| Ethernet | Gigabit Ethernet | Gigabit Ethernet | Gigabit Ethernet |
| USB | 4 x USB 2.0 | 2 x USB 3.0, 2 x USB 2.0 | 2 x USB 3.0, 2 x USB 2.0 |
| PCIe | None | None | PCIe 2.0 x1 |
ข้อควรพิจารณาในการใช้งาน Raspberry Pi 5 ใน IT Infrastructure
ถึงแม้ว่า Raspberry Pi 5 จะมีศักยภาพสูงแต่ก็มีข้อควรพิจารณาบางประการก่อนที่จะนำไปใช้งานใน IT Infrastructure:
- ความทนทาน: Raspberry Pi 5 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันดังนั้นควรติดตั้งในเคสที่เหมาะสมและมีระบบระบายความร้อนที่ดี
- ความปลอดภัย: ควรตั้งค่า Security ให้เหมาะสมเช่นเปลี่ยน Password Default, ปิด Services ที่ไม่ได้ใช้งาน, และอัพเดท Software อย่างสม่ำเสมอระวังเรื่อง วิธีป้องกัน Phishing Email สำหรับพนักงานบริษัท ด้วยนะครับ
- การสำรองข้อมูล: ควรสำรองข้อมูลที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
- การ Monitor: ควร Monitor สถานะของ Raspberry Pi 5 อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างปกติ
- ดูรายละเอียด: spdr ซื้อหรือ
สรุป
Raspberry Pi 5 เป็น Single-Board Computer ที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงาน IT Infrastructure ได้หลากหลายตั้งแต่ Network Monitoring ไปจนถึง Edge Computing อย่างไรก็ตามควรพิจารณาข้อจำกัดต่างๆและตั้งค่า Security ให้เหมาะสมเพื่อให้ Raspberry Pi 5 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
📖 อ่านเพิ่มเติม: ชุมชน IT แห่งแรกของไทย