
คุณเคยไหม? ที่กำลังจะติดตั้งกล้องวงจรปิด IP, Access Point Wi-Fi, หรือโทรศัพท์ VoIP จำนวนมากแล้วพบว่าสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมดแถมยังต้องคอยหาปลั๊กไฟให้แต่ละอุปกรณ์อีกต่างหาก? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยเทคโนโลยี Power over Ethernet หรือ PoE! แต่ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปซื้อ PoE Switch มาใช้งานเราต้องเข้าใจก่อนว่า “PoE Budget คำนวณยังไง” และเราควรจะ “เลือก PoE Switch กี่วัตต์” ถึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของเราที่สุดบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของ PoE Budget ตั้งแต่พื้นฐานทางเทคนิคไปจนถึงตัวอย่างการคำนวณจริงเพื่อให้คุณเลือกซื้อ PoE Switch ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า
PoE คืออะไรทำไมต้องมี PoE Budget?
Power over Ethernet หรือ PoE คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถจ่ายไฟเลี้ยงให้กับอุปกรณ์เครือข่ายผ่านสาย LAN (Cat5e/Cat6) เส้นเดียวกันกับที่ใช้ส่งข้อมูลทำให้เราไม่ต้องเดินสายไฟแยกต่างหากลดความยุ่งยากในการติดตั้งและเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางอุปกรณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟหรือยากต่อการเข้าถึง
แต่การจ่ายไฟผ่านสาย LAN ก็มีข้อจำกัดเรื่องกำลังไฟที่สามารถจ่ายได้ดังนั้น PoE Switch แต่ละรุ่นจึงมี “PoE Budget” หรือ “Power Budget” กำหนดไว้ซึ่งก็คือปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงสุดที่ PoE Switch นั้นสามารถจ่ายให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่ได้หากเราเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานรวมกันเกินกว่า PoE Budget ของ Switch ก็จะทำให้เกิดปัญหาเช่นอุปกรณ์ทำงานไม่เสถียรไฟไม่พออุปกรณ์ดับหรือในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้
ทำไมต้องคำนวณ PoE Budget?
การคำนวณ PoE Budget เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งก่อนการติดตั้งระบบ PoE เพราะจะช่วยให้เรา:
- เลือกซื้อ PoE Switch ที่เหมาะสม: การรู้ PoE Budget ที่ต้องการจะช่วยให้เราเลือกซื้อ Switch ที่มีกำลังไฟเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันและอนาคต
- ป้องกันปัญหาอุปกรณ์ทำงานผิดปกติ: การจ่ายไฟเกิน PoE Budget จะทำให้อุปกรณ์ทำงานไม่เสถียรหรือดับไปเลยการคำนวณที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้
- ประหยัดค่าใช้จ่าย: การเลือกซื้อ Switch ที่มี PoE Budget เกินความจำเป็นก็เหมือนกับการซื้อรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เกินความต้องการทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
ประสบการณ์จริงอ.บอม: สมัยเริ่มทำ SiamCafe.net ใหม่ๆผมเคยพลาดซื้อ PoE Switch ที่มี Budget น้อยเกินไปทำให้กล้องวงจรปิดบางตัวทำงานบ้างไม่ทำงานบ้างสุดท้ายต้องเสียเงินซื้อ Switch ตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาตั้งแต่นั้นมาเลยจำขึ้นใจว่าต้องคำนวณ PoE Budget ให้ดีก่อนเสมอ
มาตรฐาน PoE ที่ควรรู้
ก่อนที่เราจะไปคำนวณ PoE Budget เราควรรู้จักมาตรฐาน PoE ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเสียก่อนแต่ละมาตรฐานจะให้กำลังไฟที่แตกต่างกันดังนี้:
- PoE (IEEE 802.3af): จ่ายไฟสูงสุด 15.4 วัตต์ต่อพอร์ต (จ่ายจริงประมาณ 12.95 วัตต์หลังจากหัก loss)
- PoE+ (IEEE 802.3at): จ่ายไฟสูงสุด 30 วัตต์ต่อพอร์ต (จ่ายจริงประมาณ 25.5 วัตต์หลังจากหัก loss)
- PoE++ (IEEE 802.3bt): จ่ายไฟสูงสุด 60 วัตต์ต่อพอร์ต (Type 3) หรือ 90 วัตต์ต่อพอร์ต (Type 4)
มาตรฐาน PoE++ นั้นเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากอุปกรณ์เครือข่ายรุ่นใหม่ๆต้องการพลังงานที่สูงขึ้นเช่นกล้อง PTZ (Pan-Tilt-Zoom) ที่มีมอเตอร์หรือ Access Point Wi-Fi 6 ที่มีประสิทธิภาพสูง
ตารางเปรียบเทียบมาตรฐาน PoE
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเรามาดูตารางเปรียบเทียบมาตรฐาน PoE กัน:
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: Redhat Warp EA
| มาตรฐาน | IEEE Standard | กำลังไฟสูงสุดที่พอร์ต (วัตต์) | กำลังไฟใช้งานจริง (วัตต์) | อุปกรณ์ที่รองรับ |
|---|---|---|---|---|
| PoE | 802.3af | 15.4 | 12.95 | โทรศัพท์ VoIP, กล้อง IP รุ่นเก่า |
| PoE+ | 802.3at | 30 | 25.5 | กล้อง IP PTZ, Access Point Wi-Fi |
| PoE++ (Type 3) | 802.3bt | 60 | 51 | Access Point Wi-Fi 6, ไฟ LED กำลังสูง |
| PoE++ (Type 4) | 802.3bt | 90 | 71.3 | แล็ปท็อป, จอแสดงผล |
ขั้นตอนการคำนวณ PoE Budget อย่างละเอียด
มาถึงขั้นตอนสำคัญคือการคำนวณ PoE Budget ที่ต้องการซึ่งมีขั้นตอนดังนี้: ข้อมูลอ้างอิงจากคู่มือวิธี Copy MT4 รันหลายบัญชีพร้อฉบับสมบูรณ์ซึ่งอธิบายไว้อย่างละเอียด
- สำรวจอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องการใช้ PoE: จดรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่จะเชื่อมต่อกับ PoE Switch เช่นกล้อง IP, Access Point Wi-Fi, โทรศัพท์ VoIP
- ตรวจสอบสเปคของอุปกรณ์: ดูว่าแต่ละอุปกรณ์ต้องการกำลังไฟเท่าไหร่โดยปกติจะระบุไว้ในสเปคชีทของอุปกรณ์หรือบนตัวอุปกรณ์เอง
- เผื่อค่า Loss: อย่าลืมเผื่อค่า Loss ของสาย LAN ด้วยโดยทั่วไปจะคิดเป็น 10-20% ขึ้นอยู่กับความยาวของสาย
- คำนวณ PoE Budget รวม: นำกำลังไฟที่แต่ละอุปกรณ์ต้องการมารวมกันแล้วบวกค่า Loss เข้าไป
- เลือก PoE Switch ที่มี Budget สูงกว่า: เลือก PoE Switch ที่มี PoE Budget สูงกว่าผลรวมที่คำนวณได้เล็กน้อยเพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคต
ตัวอย่างการคำนวณ PoE Budget
สมมติว่าเรามีอุปกรณ์ดังนี้:
- กล้อง IP 5 ตัวแต่ละตัวต้องการไฟ 7 วัตต์
- Access Point Wi-Fi 2 ตัวแต่ละตัวต้องการไฟ 15 วัตต์
- โทรศัพท์ VoIP 3 เครื่องแต่ละเครื่องต้องการไฟ 5 วัตต์
ดังนั้น PoE Budget ที่ต้องการคือ:
(5 x 7 วัตต์) + (2 x 15 วัตต์) + (3 x 5 วัตต์) = 35 + 30 + 15 = 80 วัตต์
เผื่อค่า Loss อีก 10% = 80 x 0.1 = 8 วัตต์
PoE Budget รวมที่ต้องการ = 80 + 8 = 88 วัตต์
ดังนั้นเราควรเลือก PoE Switch ที่มี PoE Budget อย่างน้อย 90-100 วัตต์สอดคล้องกับบทความเรื่องเรียนรู้เรื่อง Broker
ประสบการณ์จริงอ.บอม: ตอนติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดที่โรงงานแห่งหนึ่งผมคำนวณ PoE Budget โดยไม่ได้เผื่อค่า Loss ปรากฏว่ากล้องที่อยู่ไกล Switch มากๆไฟไม่พอทำให้ภาพกระตุกสุดท้ายต้องเปลี่ยนสาย LAN ให้สั้นลงถึงจะใช้งานได้ปกติ
เลือก PoE Switch กี่วัตต์ถึงจะเหมาะสม?
หลังจากคำนวณ PoE Budget ที่ต้องการแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเลือก PoE Switch ที่มีกำลังไฟเหมาะสมซึ่งมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้:
- จำนวนพอร์ต: เลือก Switch ที่มีจำนวนพอร์ตเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันและอนาคต
- มาตรฐาน PoE: เลือก Switch ที่รองรับมาตรฐาน PoE ที่อุปกรณ์ของคุณต้องการ (PoE, PoE+, PoE++)
- Total Power Budget: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Total Power Budget ของ Switch สูงกว่า PoE Budget ที่คุณคำนวณได้
- คุณสมบัติอื่นๆ: พิจารณาคุณสมบัติอื่นๆเช่น VLAN, QoS, Link Aggregation ตามความต้องการ
- งบประมาณ: กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมและเลือก Switch ที่คุ้มค่าที่สุด
นอกจากนี้การเลือกซื้อ PoE Switch ที่มีคุณภาพจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า Switch จะทำงานได้อย่างเสถียรและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานหากคุณกำลังมองหา PoE Switch สำหรับ VoIP Phone ต้อง Spec อะไร หรือต้องการ PoE Switch คืออะไรเลือกซื้อยังไงให้คุ้ม สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าได้ที่ SiamLancard.com
ตัวอย่างการ Config PoE Switch (Cisco)
ตัวอย่างการ config เพื่อจำกัด Power Consumption ของแต่ละ port บน Cisco Switch (CLI):
configure terminal
interface GigabitEthernet1/0/1
power inline static max 10000 ! กำหนด Max Power เป็น 10W (หน่วยเป็น mW)
exit
end
write memory
คำอธิบาย:
- `configure terminal`: เข้าสู่ Global Configuration Mode
- `interface GigabitEthernet1/0/1`: เลือก Interface ที่ต้องการ Config
- `power inline static max 10000`: กำหนด Maximum Power ที่ Port นี้จะจ่ายได้เป็น 10000 mW (10W)
- `exit`: ออกจาก Interface Configuration Mode
- `end`: ออกจาก Global Configuration Mode
- `write memory`: บันทึก Config
คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรตรวจสอบ Firmware ของ Switch ให้เป็น Version ล่าสุดเสมอเพื่อให้มั่นใจว่า Feature ต่างๆทำงานได้อย่างถูกต้อง
การเลือก Switch ที่มี Bandwidth เพียงพอก็สำคัญเช่นกันลองดู Switch SFP+ vs RJ45 10GbE เลือกแบบไหน 2026 เพื่อประกอบการตัดสินใจ
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net Blog
📈 IT professional สนใจ Forex เป็นรายได้เสริม ดูที่ iCafeForex.com