
ในโลกยุคดิจิทัลที่การทำงานแบบ Remote Access กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆความปลอดภัยของข้อมูลและระบบขององค์กรจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆการโจมตีทางไซเบอร์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้นการพึ่งพารหัสผ่านเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันได้อีกต่อไปองค์กรต่างๆจึงหันมาให้ความสำคัญกับ MFA Multi-Factor Authentication สำหรับ Remote Access มากขึ้นเพื่อเพิ่มเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งให้กับระบบของตนเอง
MFA Multi-Factor Authentication สำหรับ Remote Access ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์แต่เป็นความจำเป็นในการปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรจากผู้ไม่หวังดีการทำงานจากระยะไกลเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์ได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครือข่าย Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัยอุปกรณ์ส่วนตัวที่ไม่ได้รับการจัดการหรือการตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบ Phishing ล้วนเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลที่สำคัญได้
การนำ MFA Multi-Factor Authentication สำหรับ Remote Access มาใช้จึงเป็นเหมือนการสร้างกำแพงป้องกันเพิ่มเติมแม้ว่าแฮกเกอร์จะสามารถขโมยรหัสผ่านของผู้ใช้งานได้ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่งก่อนที่จะสามารถเข้าถึงระบบได้สำเร็จทำให้การโจมตีมีความซับซ้อนและยากขึ้นอย่างมาก MFA จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
MFA คืออะไรและทำไมถึงสำคัญสำหรับ Remote Access
MFA หรือ Multi-Factor Authentication คือระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลหรือวิธีการอย่างน้อยสองอย่างที่แตกต่างกันก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงระบบหรือข้อมูลที่ต้องการโดยทั่วไปแล้ว MFA จะใช้ปัจจัยอย่างน้อยสองอย่างจากสามประเภทหลักได้แก่สิ่งที่รู้ (Something you know), สิ่งที่ครอบครอง (Something you have), และสิ่งที่เป็น (Something you are).
ความสำคัญของ MFA สำหรับ Remote Access นั้นอยู่ที่การเพิ่มระดับความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบจากภายนอกองค์กรการทำงานจากระยะไกลมักเกี่ยวข้องกับการใช้เครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยเช่น Wi-Fi สาธารณะหรืออุปกรณ์ส่วนตัวที่อาจไม่ได้มีการป้องกันไวรัสที่แข็งแกร่งเพียงพอการใช้ MFA จะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ไม่หวังดีจะสามารถเข้าถึงระบบได้แม้ว่าจะได้รหัสผ่านของผู้ใช้ไปแล้วก็ตามเพราะยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนด้วยปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ประเภทของปัจจัยในการยืนยันตัวตน MFA
MFA ใช้ปัจจัยอย่างน้อยสองอย่างจากสามประเภทหลักในการยืนยันตัวตน:
- สิ่งที่รู้ (Something You Know): ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องจำได้เช่นรหัสผ่าน (Password), PIN, คำถามลับ (Security Question)
- สิ่งที่ครอบครอง (Something You Have): อุปกรณ์หรือสิ่งที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของเช่นโทเค็น (Token) ฮาร์ดแวร์, แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ (Authenticator App), SMS, Smart Card
- สิ่งที่เป็น (Something You Are): ลักษณะทางชีวภาพของผู้ใช้เช่นลายนิ้วมือ (Fingerprint), การสแกนใบหน้า (Facial Recognition), การสแกนดวงตา (Iris Scan)
การเลือกใช้ปัจจัยประเภทใดในการทำ MFA ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละองค์กรแต่โดยทั่วไปแล้วการผสมผสานปัจจัยจากประเภทที่แตกต่างกันจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ตัวอย่างการใช้งาน MFA ในการ Remote Access
ลองพิจารณาสถานการณ์ที่พนักงานชื่อสมศรีต้องการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทจากที่บ้านผ่าน VPN สมศรีจะต้องทำตามขั้นตอนดังนี้:
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: คำศัพท์ Forex
- สมศรีเปิด VPN Client และป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
- หลังจากป้อนรหัสผ่านถูกต้องระบบจะส่งรหัส OTP (One-Time Password) ไปยังแอปพลิเคชัน Microsoft Authenticator บนโทรศัพท์มือถือของสมศรี
- สมศรีเปิดแอปพลิเคชัน Microsoft Authenticator และป้อนรหัส OTP ที่ได้รับลงใน VPN Client
- หากรหัส OTP ถูกต้องระบบจะอนุญาตให้สมศรีเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทได้
ในสถานการณ์นี้แม้ว่าแฮกเกอร์จะรู้รหัสผ่านของสมศรีก็จะไม่สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้เพราะแฮกเกอร์ไม่มีโทรศัพท์มือถือของสมศรีที่มีแอปพลิเคชัน Microsoft Authenticator และไม่สามารถสร้างรหัส OTP ที่ถูกต้องได้
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ข้อดีและข้อเสียของ MFA
MFA มีข้อดีหลายประการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ Remote Access ได้อย่างมีประสิทธิภาพ: ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลเพิ่มเติม: lot ย่อมาจากอะไร
- เพิ่มความปลอดภัย: ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยการขโมยรหัสผ่าน
- ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต: แม้ว่ารหัสผ่านจะถูกcompromise ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่ง
- สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย: ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยต่างๆ
อย่างไรก็ตาม MFA ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรพิจารณา: ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ในอ่านเพิ่ม: Beginner
- ความยุ่งยากในการใช้งาน: ผู้ใช้อาจรู้สึกว่าขั้นตอนการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมนั้นยุ่งยากและเสียเวลา
- ค่าใช้จ่าย: การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ MFA อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ความซับซ้อนในการจัดการ: การจัดการระบบ MFA ที่มีผู้ใช้จำนวนมากอาจมีความซับซ้อน
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
การเลือกวิธีการ MFA ที่เหมาะสม
การเลือกวิธีการ MFA ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่นงบประมาณความต้องการด้านความปลอดภัยความสะดวกในการใช้งานและความเข้ากันได้กับระบบที่มีอยู่องค์กรควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการ MFA ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง
นอกจากนี้องค์กรควรพิจารณาถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience) ด้วยการเลือกวิธีการ MFA ที่ใช้งานง่ายและไม่สร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้จะช่วยให้ผู้ใช้ยอมรับและใช้งาน MFA ได้อย่างเต็มใจซึ่งจะส่งผลดีต่อความปลอดภัยของระบบโดยรวม
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ตารางเปรียบเทียบวิธีการ MFA
ตารางนี้เปรียบเทียบวิธีการ MFA ที่นิยมใช้กันโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆเช่นความปลอดภัยความสะดวกในการใช้งานและค่าใช้จ่าย:
| วิธีการ MFA | ความปลอดภัย | ความสะดวกในการใช้งาน | ค่าใช้จ่าย | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|---|
| SMS OTP | ปานกลาง | สูง | ต่ำ | ใช้งานง่าย, แพร่หลาย | ความปลอดภัยต่ำ, เสี่ยงต่อการถูกดักจับ |
| Authenticator App | สูง | ปานกลาง | ต่ำ | ความปลอดภัยสูง, ใช้งานได้ออฟไลน์ | ต้องติดตั้งแอป, อาจยุ่งยากสำหรับผู้ใช้บางราย |
| Hardware Token | สูง | ปานกลาง | ปานกลาง | ความปลอดภัยสูง, ไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ | ต้องพกพาอุปกรณ์, อาจสูญหาย |
| Biometrics (ลายนิ้วมือ, ใบหน้า) | สูง | สูง | ปานกลาง-สูง | ใช้งานง่าย, รวดเร็ว | ความเป็นส่วนตัว, ความแม่นยำ |
| Push Notification | สูง | สูง | ปานกลาง | ใช้งานง่าย, รวดเร็ว | ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต |
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
วิธีการติดตั้งและตั้งค่า Google Authenticator (ตัวอย่าง)
Google Authenticator เป็นแอปพลิเคชัน MFA ที่ใช้งานง่ายและฟรีสามารถติดตั้งได้บนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ iOS และ Android ตัวอย่างการตั้งค่าสำหรับ SSH:
- ติดตั้ง Google Authenticator บนเซิร์ฟเวอร์:
sudo apt update sudo apt install libpam-google-authenticator - รัน Google Authenticator:
google-authenticatorทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ (จะแสดง QR Code และรหัส recovery)
- แก้ไขไฟล์ `/etc/pam.d/sshd`:
เพิ่มบรรทัด `auth required pam_google_authenticator.so nullok` ด้านบน `auth required pam_permit.so` - แก้ไขไฟล์ `/etc/ssh/sshd_config`:
เปลี่ยน `ChallengeResponseAuthentication` เป็น `yes` - Restart SSH service:
sudo systemctl restart sshd
หลังจากตั้งค่าแล้วเมื่อ SSH เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์จะต้องป้อนทั้งรหัสผ่านและรหัส OTP จาก Google Authenticator
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ประสบการณ์จริงอ.บอมกับ MFA
ผมเองใช้ MFA มานานกว่า 10 ปีแล้วครับเริ่มต้นจาก Hardware Token สมัยก่อนที่ต้องพกติดตัวตลอดเวลาตอนนั้นยังไม่มี Smartphone สะดวกสบายแบบทุกวันนี้แต่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าเพราะช่วยป้องกันบัญชีต่างๆของผมได้จริงๆโดยเฉพาะบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเทรด Forex ที่ผมใช้ IP KVM สำหรับ Remote Server เพื่อควบคุม VPS ที่รัน EA ตลอด 24 ชม. การมี MFA ทำให้ผมสบายใจได้ว่าถึงแม้รหัสผ่านจะหลุดไปก็ยังมีการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
อีกประสบการณ์หนึ่งคือตอนที่ผมติดตั้งระบบ Network ให้กับโรงงานแห่งหนึ่งสิ่งที่ผมเน้นย้ำกับลูกค้าเสมอคือเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะการ Remote Access เข้ามาดูแลระบบจากภายนอกผมแนะนำให้ใช้ VPN ร่วมกับ MFA เสมอเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะระบบ อุปกรณ์ Network สำหรับ Factory โรงงาน Industrial มักจะมีความสำคัญและอ่อนไหวต่อการถูกโจมตี
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ในการนำ MFA มาใช้งานมีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยง:
- การไม่สำรองข้อมูล Recovery Code: หากโทรศัพท์มือถือสูญหายหรือเสียหายและไม่มี Recovery Code จะไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้
- การใช้ SMS OTP เป็นวิธีเดียว: SMS OTP มีความปลอดภัยต่ำเสี่ยงต่อการถูกดักจับควรใช้วิธีอื่นที่มีความปลอดภัยกว่า
- การละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์: ซอฟต์แวร์ MFA ต้องได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
- การไม่ให้ความรู้แก่ผู้ใช้: ผู้ใช้ต้องได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้งาน MFA อย่างถูกต้องเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญและวิธีการใช้งานอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้องค์กรควรมีการตรวจสอบและประเมินระบบ MFA อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังคงมีประสิทธิภาพและสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปได้
- เรียนรู้เรื่องวิธีเทรด Forex
- คู่มือforex finviz คืออะไรวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
MFA คืออะไร — อธิบาย แบบ เข้าใจ ง่าย
MFA (Multi-Factor Authentication) คือ การ ยืนยัน ตัวตน หลาย ขั้นตอน ก่อน เข้า ระบบ ปกติ เรา ใช้ แค่ รหัสผ่าน (Password) อย่าง เดียว ซึ่ง ไม่ ปลอดภัย เพราะ รหัสผ่าน อาจ ถูก เดา ถูก ขโมย ถูก Phishing MFA เพิ่ม ขั้นตอน ที่ 2 เช่น รหัส OTP จาก แอป Authenticator รหัส OTP จาก SMS การ สแกน ลายนิ้วมือ การ ใช้ Hardware Security Key แม้ แฮกเกอร์ ได้ รหัสผ่าน ไป ก็ เข้า ระบบ ไม่ ได้ เพราะ ไม่มี ปัจจัย ที่ 2
ทำไม Remote Access ต้อง ใช้ MFA
Remote Access คือ การ เข้าถึง ระบบ ของ องค์กร จาก ภายนอก เช่น เข้า VPN จาก บ้าน เข้า Remote Desktop จาก ที่ อื่น เข้า เว็บ แอป ของ บริษัท จาก มือถือ Remote Access เป็น จุด อ่อน ที่ แฮกเกอร์ โจมตี มาก ที่สุด เพราะ เปิด จาก อินเทอร์เน็ต ใคร ก็ ลอง เข้า ได้ ถ้า ใช้ แค่ รหัสผ่าน แฮกเกอร์ ใช้ Brute Force ลอง รหัสผ่าน ทีละ ตัว จน เจอ ใช้ Credential Stuffing เอา รหัสผ่าน ที่ หลุด จาก เว็บ อื่น มา ลอง ใช้ Phishing หลอก ให้ พนักงาน กรอก รหัสผ่าน MFA ป้องกัน ทุก วิธี เหล่า นี้ ได้ เพราะ แม้ ได้ รหัสผ่าน ก็ ยัง ต้อง มี ปัจจัย ที่ 2
ประเภท MFA ที่ นิยม ใช้
| ประเภท | ความ ปลอดภัย | ความ สะดวก | ราคา |
|---|---|---|---|
| SMS OTP | ปานกลาง (SIM Swap ได้) | สะดวก มาก | ฟรี ถึง ถูก |
| Authenticator App (TOTP) | สูง | สะดวก | ฟรี |
| Push Notification | สูง | สะดวก มาก | ฟรี ถึง ปานกลาง |
| Hardware Key (YubiKey) | สูง มาก | ต้อง พก | 1500 ถึง 3000 บาท ต่อ ตัว |
| Biometric (ลายนิ้วมือ ใบหน้า) | สูง | สะดวก มาก | รวม ใน อุปกรณ์ |
วิธี เปิด MFA สำหรับ Remote Access
VPN + MFA
VPN เป็น ช่องทาง Remote Access ที่ นิยม ที่สุด เปิด MFA สำหรับ VPN ได้ หลาย วิธี ถ้า ใช้ FortiGate VPN เปิด FortiToken (แอป Authenticator ของ Fortinet) ฟรี สำหรับ FortiGate ทุก รุ่น ถ้า ใช้ OpenVPN เชื่อมต่อ กับ Google Authenticator ผ่าน PAM Module ถ้า ใช้ WireGuard ไม่มี MFA ในตัว ต้อง ใช้ ร่วม กับ ระบบ อื่น เช่น Firezone ที่ มี MFA ในตัว
Remote Desktop (RDP) + MFA
Remote Desktop Protocol (RDP) ของ Windows เป็น เป้าหมาย อันดับ 1 ของ แฮกเกอร์ ไม่ ควร เปิด RDP สู่ อินเทอร์เน็ต โดยตรง เด็ดขาด ถ้า ต้อง ใช้ RDP จาก ข้างนอก ใช้ VPN เข้า เครือข่าย ก่อน แล้ว ค่อย RDP เพิ่ม MFA ที่ RDP ด้วย เช่น Duo Security (มี แพลน ฟรี สำหรับ 10 ผู้ ใช้) ติดตั้ง Duo Agent บน Windows Server ทุก ครั้ง ที่ Login RDP ต้อง ยืนยัน ผ่าน แอป Duo บน มือถือ
Web Application + MFA
เว็บ แอป ของ องค์กร เช่น Webmail CRM ERP ที่ เข้าถึง จาก อินเทอร์เน็ต ควร เปิด MFA ทุก ตัว ถ้า ใช้ Google Workspace เปิด MFA ได้ ใน Admin Console บังคับ ทุก ผู้ ใช้ ถ้า ใช้ Microsoft 365 เปิด MFA ได้ ใน Azure AD Security Defaults ฟรี ถ้า เป็น เว็บ แอป ที่ พัฒนา เอง ใช้ Library เช่น speakeasy สำหรับ Node.js หรือ pyotp สำหรับ Python เพิ่ม TOTP MFA
กรณี ศึกษา องค์กร ที่ โดน แฮก เพราะ ไม่ ใช้ MFA
บริษัท ถูก Ransomware ผ่าน RDP
บริษัท เปิด RDP สู่ อินเทอร์เน็ต ใช้ รหัสผ่าน อย่าง เดียว แฮกเกอร์ ใช้ Brute Force ลอง รหัสผ่าน จน เจอ เข้า ระบบ ได้ ติดตั้ง Ransomware เข้ารหัส ไฟล์ ทั้ง Server เรียก ค่า ไถ่ 5 ล้าน บาท บริษัท ไม่มี Backup ต้อง จ่าย ค่า ไถ่ ถ้า เปิด MFA สำหรับ RDP แฮกเกอร์ ได้ รหัสผ่าน ก็ เข้า ไม่ ได้ เพราะ ไม่มี OTP ป้องกัน ได้ 100 เปอร์เซ็นต์
พนักงาน ถูก Phishing ขโมย รหัสผ่าน VPN
พนักงาน ได้ อีเมล Phishing หลอก ว่า เป็น IT แจ้ง ให้ เปลี่ยน รหัสผ่าน VPN พนักงาน กรอก รหัสผ่าน เก่า ใน หน้า เว็บ ปลอม แฮกเกอร์ ได้ รหัสผ่าน VPN เข้า เครือข่าย องค์กร ได้ ถ้า VPN ใช้ MFA แม้ แฮกเกอร์ ได้ รหัสผ่าน ก็ ยัง ต้อง มี OTP จาก มือถือ พนักงาน ซึ่ง แฮกเกอร์ ไม่มี เข้า ไม่ ได้
MFA สำหรับ องค์กร ขนาด เล็ก — เริ่มต้น ยังไง
องค์กร ขนาด เล็ก 5 ถึง 50 คน สามารถ เริ่มต้น ใช้ MFA ได้ ฟรี ไม่ ต้อง ลงทุน เพิ่ม ขั้นตอน ที่ 1 เปิด MFA สำหรับ อีเมล ก่อน ถ้า ใช้ Google Workspace เปิด 2-Step Verification ใน Admin Console บังคับ ทุก ผู้ ใช้ ถ้า ใช้ Microsoft 365 เปิด Security Defaults ใน Azure AD ฟรี ทุก แพลน ขั้นตอน ที่ 2 เปิด MFA สำหรับ VPN ถ้า ใช้ FortiGate เปิด FortiToken Mobile ฟรี สำหรับ 2 ผู้ ใช้ ซื้อ เพิ่ม ได้ ราคาถูก ขั้นตอน ที่ 3 เปิด MFA สำหรับ Remote Desktop ใช้ Duo Security แพลน ฟรี สำหรับ 10 ผู้ ใช้ เพียงพอ สำหรับ องค์กร เล็ก
MFA Fatigue Attack — ภัย คุกคาม ใหม่ ที่ ต้อง รู้
MFA Fatigue Attack คือ การ โจมตี ที่ แฮกเกอร์ ส่ง Push Notification MFA ไป ที่ มือถือ ของ เหยื่อ ซ้ำ แล้ว ซ้ำ เล่า หลาย สิบ ครั้ง จน เหยื่อ รำคาญ กด Approve โดย ไม่ ตั้งใจ แฮกเกอร์ เข้า ระบบ ได้ เคส นี้ เกิดขึ้น จริง กับ Uber ใน ปี 2022 วิธี ป้องกัน คือ ใช้ Number Matching แทน Push Notification ธรรมดา เมื่อ มี คำขอ MFA แอป จะ แสดง ตัวเลข 2 หลัก ผู้ ใช้ ต้อง พิมพ์ ตัวเลข ที่ ตรง กัน ไม่ใช่ แค่ กด Approve Microsoft Authenticator และ Duo Security รองรับ Number Matching แล้ว
Passwordless Authentication — อนาคต ของ MFA
Passwordless Authentication คือ การ ยืนยัน ตัวตน โดย ไม่ ใช้ รหัสผ่าน เลย ใช้ เฉพาะ ปัจจัย ที่ ปลอดภัย กว่า เช่น Passkey (FIDO2) ที่ เก็บ ใน มือถือ หรือ Hardware Key ลายนิ้วมือ หรือ ใบหน้า บน มือถือ ไม่มี รหัสผ่าน ให้ ขโมย ไม่มี รหัสผ่าน ให้ Phishing ปลอดภัย กว่า MFA แบบ เดิม มาก Google Apple Microsoft รองรับ Passkey แล้ว ใน ปี 2026 Passwordless เริ่ม แพร่หลาย มากขึ้น แต่ ยัง ไม่ แทน MFA แบบ เดิม ทั้งหมด เพราะ บาง ระบบ เก่า ยัง ไม่ รองรับ
Checklist เปิด MFA สำหรับ องค์กร
- เปิด MFA สำหรับ อีเมล องค์กร ทุก คน (Google Workspace หรือ Microsoft 365)
- เปิด MFA สำหรับ VPN ที่ ใช้ Remote Access
- ปิด RDP สู่ อินเทอร์เน็ต โดยตรง ใช้ VPN + MFA แทน
- เปิด MFA สำหรับ เว็บ แอป สำคัญ เช่น CRM ERP ระบบ บัญชี
- เปิด MFA สำหรับ Admin Account ทุก ระบบ เช่น Firewall Switch Server
- ฝึก พนักงาน ให้ รู้จัก Phishing ไม่ กรอก รหัสผ่าน ใน เว็บ ที่ ไม่ แน่ใจ
- เลือก Authenticator App ที่ สำรอง บน Cloud ได้ เช่น Microsoft Authenticator Authy
- สำรอง Backup Code เก็บ ไว้ ที่ ปลอดภัย กรณี เปลี่ยน มือถือ หรือ มือถือ หาย
- ตรวจสอบ ว่า ทุก คน เปิด MFA แล้ว ผ่าน Admin Console ของ แต่ละ บริการ
- ทดสอบ ว่า MFA ทำงาน ถูกต้อง ก่อน บังคับ ใช้ ทั้ง องค์กร
ต้นทุน MFA สำหรับ องค์กร
| โซลูชัน | ราคา | เหมาะ กับ |
|---|---|---|
| Google Authenticator | ฟรี | ทุก องค์กร |
| Duo Security Free | ฟรี (10 ผู้ ใช้) | องค์กร เล็ก |
| Microsoft Authenticator + Azure AD | รวม ใน Microsoft 365 | องค์กร ที่ ใช้ Microsoft |
| FortiToken Mobile | ฟรี 2 ผู้ ใช้ เพิ่ม 500 บาท ต่อ คน | องค์กร ที่ ใช้ FortiGate |
| YubiKey | 1500 ถึง 3000 บาท ต่อ ตัว | องค์กร ที่ ต้องการ ความ ปลอดภัย สูงสุด |
Authenticator App แนะนำ
- Google Authenticator: ฟรี ง่าย ใช้ ได้ กับ ทุก บริการ ที่ รองรับ TOTP ข้อเสีย คือ ไม่ สำรอง รหัส บน Cloud ถ้า เปลี่ยน มือถือ ต้อง ตั้ง ค่า ใหม่
- Microsoft Authenticator: ฟรี รองรับ TOTP และ Push Notification สำรอง บน Cloud ได้ เหมาะ สำหรับ องค์กร ที่ ใช้ Microsoft 365
- Authy: ฟรี สำรอง บน Cloud ใช้ ได้ หลาย เครื่อง พร้อมกัน เหมาะ สำหรับ คน ที่ มี หลาย อุปกรณ์
สรุป
MFA Multi-Factor Authentication สำหรับ Remote Access เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบและข้อมูลขององค์กรการนำ MFA มาใช้งานอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีและปกป้องข้อมูลสำคัญจากผู้ไม่หวังดีได้แม้ว่าอาจมีความยุ่งยากในการใช้งานบ้างแต่ผลประโยชน์ที่ได้รับในด้านความปลอดภัยนั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอนการเลือกใช้ Console Server สำหรับ Remote Management ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้อีกระดับ
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นการลงทุนในระบบ MFA จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวองค์กรควรให้ความสำคัญกับการนำ MFA มาใช้งานอย่างจริงจังและให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับความสำคัญและวิธีการใช้งาน MFA อย่างถูกต้องเพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรและปกป้องข้อมูลสำคัญจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
📖 อ่านเพิ่มเติม: ชุมชน IT แห่งแรกของไทย
🎯 IT Career & Finance ที่ Siam2R.com