
ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิตการวางรากฐานด้าน IT ที่แข็งแกร่งให้กับโรงเรียนไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัยแต่เป็น “ความจำเป็น” อย่างยิ่งยวดโรงเรียนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนรู้ในตำราเท่านั้นแต่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์การทำงานร่วมกันการสื่อสารและที่สำคัญที่สุดคือทักษะด้านดิจิทัลการลงทุนใน “ระบบ IT สำหรับโรงเรียน School Network Design” ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นการลงทุนในอนาคตของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างแท้จริง
ลองจินตนาการถึงห้องเรียนที่นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ได้ทันทีครูผู้สอนสามารถใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและน่าสนใจการบริหารจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของโรงเรียนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ของการมีระบบ IT ที่ดีซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การติดตั้ง Wi-Fi แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานที่หลากหลายและเติบโตไปพร้อมกับความต้องการของโรงเรียน
แต่การสร้าง “ระบบ IT สำหรับโรงเรียน School Network Design” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละโรงเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัยความเข้าใจในองค์ประกอบต่างๆของระบบ IT ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมรวมถึงประสบการณ์ในการติดตั้งและบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกถึงการออกแบบระบบ IT สำหรับโรงเรียนอย่างละเอียดตั้งแต่การประเมินความต้องการการเลือกอุปกรณ์การติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษาพร้อมทั้งยกตัวอย่างจริงและเปรียบเทียบสเปคเพื่อให้คุณสามารถสร้างระบบ IT ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ความสำคัญของระบบ IT สำหรับโรงเรียน
ทำไมโรงเรียนถึงต้องลงทุนในระบบ IT ที่ดี? นอกจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นแล้วการมีระบบ IT ที่ทันสมัยยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโรงเรียนดึงดูดนักเรียนและบุคลากรที่มีคุณภาพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาให้ก้าวทันโลกการที่โรงเรียนมีระบบ Wi-Fi ที่ครอบคลุมห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่ใช้งานง่ายล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนและเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ
นอกจากนี้ระบบ IT ที่ดียังช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการศึกษาทำให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่การสอนและการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้อย่างเต็มที่ระบบบริหารจัดการข้อมูลนักเรียน (Student Information System – SIS) ช่วยลดงานเอกสารและอำนวยความสะดวกในการติดตามผลการเรียนของนักเรียนระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System – LMS) ช่วยให้ครูผู้สอนสามารถสร้างบทเรียนออนไลน์มอบหมายงานและให้ข้อเสนอแนะแก่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและระบบการประชุมทางวิดีโอ (Video Conferencing System) ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมต่างๆเช่นการอบรมการประชุมหรือการบรรยายพิเศษโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
จากประสบการณ์ของผมที่ SiamCafe.net และ SiamLancard.com ที่คลุกคลีอยู่ในวงการ IT มากว่า 30 ปีผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษาอย่างมากโรงเรียนที่ปรับตัวได้เร็วและนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
องค์ประกอบหลักของระบบ IT สำหรับโรงเรียน
การออกแบบระบบ IT สำหรับโรงเรียนนั้นซับซ้อนกว่าการติดตั้ง Wi-Fi ในบ้านเพราะต้องคำนึงถึงจำนวนผู้ใช้งานที่มากความต้องการใช้งานที่หลากหลายและความปลอดภัยของข้อมูลที่สำคัญองค์ประกอบหลักที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย:
- เครือข่าย (Network): หัวใจสำคัญของระบบ IT ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
- เซิร์ฟเวอร์ (Server): ศูนย์กลางการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
- อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Devices): คอมพิวเตอร์, แล็ปท็อป, แท็บเล็ตที่นักเรียนและบุคลากรใช้
- ซอฟต์แวร์ (Software): โปรแกรมและแอปพลิเคชันที่ช่วยในการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ
- ระบบรักษาความปลอดภัย (Security System): ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
- ระบบสำรองไฟ (UPS): ป้องกันอุปกรณ์จากความเสียหายที่เกิดจากไฟดับ
เครือข่าย (Network) ที่ดีต้องมีความเสถียรความเร็วสูงและครอบคลุมพื้นที่ใช้งานทั้งหมดของโรงเรียนควรเลือกใช้อุปกรณ์เครือข่ายที่มีคุณภาพเช่นเราเตอร์ (Router) สวิตช์ (Switch) และจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi (Access Point) ที่รองรับมาตรฐานล่าสุดและมีการจัดการแบนด์วิดธ์ (Bandwidth Management) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างราบรื่น
เซิร์ฟเวอร์ (Server) เป็นศูนย์กลางของการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลทั้งหมดของโรงเรียนควรเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีความน่าเชื่อถือและสามารถขยายขีดความสามารถได้ในอนาคตเซิร์ฟเวอร์สามารถใช้สำหรับจัดเก็บไฟล์ข้อมูลของนักเรียนและบุคลากรจัดการฐานข้อมูลจัดการอีเมลและให้บริการแอพพลิเคชั่นต่างๆของโรงเรียนนอกจากนี้ควรมีระบบสำรองข้อมูล (Backup System) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Devices) เป็นอุปกรณ์ที่นักเรียนและบุคลากรใช้ในการเข้าถึงระบบ IT ของโรงเรียนควรเลือกอุปกรณ์ที่มีสเปคที่เหมาะสมกับการใช้งานมีความทนทานและมีการจัดการที่ง่ายคอมพิวเตอร์และแล็ปท็อปเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงเช่นการเขียนโปรแกรมการตัดต่อวิดีโอหรือการทำงานกับเอกสารขนาดใหญ่แท็บเล็ตเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปเช่นการอ่านหนังสือการดูวิดีโอหรือการเข้าถึงเว็บไซต์
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
การออกแบบเครือข่าย (Network Design)
การออกแบบเครือข่าย (Network Design) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการสร้างระบบ IT สำหรับโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นด้วยการกำหนดโครงสร้างเครือข่าย (Network Topology) ที่เหมาะสมกับขนาดและลักษณะการใช้งานของโรงเรียนโครงสร้างเครือข่ายที่นิยมใช้กันในโรงเรียนได้แก่:
💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: Forex Glossary
- โครงสร้างแบบดาว (Star Topology): อุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ศูนย์กลาง (เช่นสวิตช์) ข้อดีคือติดตั้งและบำรุงรักษาง่ายหากอุปกรณ์ใดเสียจะไม่กระทบกับอุปกรณ์อื่นๆ
- โครงสร้างแบบบัส (Bus Topology): อุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่อกับสายเคเบิลหลักเส้นเดียวข้อดีคือประหยัดค่าใช้จ่ายแต่หากสายเคเบิลหลักเสียระบบทั้งหมดจะหยุดทำงาน
- โครงสร้างแบบวงแหวน (Ring Topology): อุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมข้อดีคือไม่มีอุปกรณ์ศูนย์กลางแต่หากอุปกรณ์ใดเสียระบบทั้งหมดจะหยุดทำงาน
หลังจากกำหนดโครงสร้างเครือข่ายแล้วต้องเลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เหมาะสมเช่นสวิตช์ (Switch) เราเตอร์ (Router) และจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi (Access Point) ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีความน่าเชื่อถือและรองรับมาตรฐานล่าสุดนอกจากนี้ควรคำนึงถึงจำนวนพอร์ต (Port) ของสวิตช์จำนวนผู้ใช้งานที่สามารถรองรับได้ของจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi และความสามารถในการจัดการแบนด์วิดธ์ (Bandwidth Management) ของเราเตอร์
จากประสบการณ์ของผมในการติดตั้ง Network กว่า 600 จุดทั่วประเทศผมพบว่าการเลือกใช้อุปกรณ์เครือข่ายที่มีคุณภาพและมีการจัดการแบนด์วิดธ์ที่ดีจะช่วยให้ระบบเครือข่ายของโรงเรียนทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพแม้ในชั่วโมงที่มีการใช้งานหนาแน่น
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
การเลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เหมาะสม
การเลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบ IT สำหรับโรงเรียนการพิจารณาปัจจัยต่างๆอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณของโรงเรียนได้อย่างลงตัว
สวิตช์ (Switch): ควรเลือกสวิตช์ที่มีจำนวนพอร์ตเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันและอนาคตสวิตช์ Gigabit Ethernet เป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงนอกจากนี้สวิตช์ที่มีคุณสมบัติ Power over Ethernet (PoE) จะช่วยให้คุณสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆเช่นกล้องวงจรปิดและจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ผ่านสาย LAN ได้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความยุ่งยากในการติดตั้ง
สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานเครือข่ายที่ซับซ้อนควรพิจารณาเลือกใช้ Managed Switch ที่มีความสามารถในการจัดการเครือข่ายที่หลากหลายเช่น VLAN, QoS และ Port Mirroring ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมและปรับแต่งการทำงานของเครือข่ายได้อย่างละเอียดสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: Price Action Trading ไม่ใช้ประกอบ
เราเตอร์ (Router): ควรเลือกเราเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีความสามารถในการจัดการแบนด์วิดธ์ที่ดีและรองรับมาตรฐานความปลอดภัยล่าสุดเราเตอร์ที่มีคุณสมบัติ Firewall จะช่วยป้องกันเครือข่ายของโรงเรียนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi (Access Point): ควรเลือกจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax) ซึ่งเป็นมาตรฐานล่าสุดที่มีความเร็วและความเสถียรสูงนอกจากนี้ควรเลือกจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่มีเทคโนโลยี MU-MIMO (Multi-User, Multiple-Input and Multiple-Output) ซึ่งจะช่วยให้สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกันได้โดยไม่ทำให้ความเร็วลดลง
การวางแผนตำแหน่งการติดตั้งจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานทั้งหมดของโรงเรียนควรทำการสำรวจพื้นที่ (Site Survey) เพื่อตรวจสอบสัญญาณ Wi-Fi และระบุจุดอับสัญญาณ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ตารางเปรียบเทียบอุปกรณ์เครือข่าย
| คุณสมบัติ | สวิตช์ (Switch) | เราเตอร์ (Router) | จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi (Access Point) |
|---|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายเดียวกัน | เชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆเข้าด้วยกัน | กระจายสัญญาณ Wi-Fi |
| ความเร็ว | Gigabit Ethernet (10/100/1000 Mbps) | Gigabit Ethernet (10/100/1000 Mbps) | Wi-Fi 6 (802.11ax) |
| คุณสมบัติพิเศษ | PoE, VLAN, QoS, Port Mirroring | Firewall, VPN, Bandwidth Management | MU-MIMO, Beamforming |
| จำนวนพอร์ต | 8, 16, 24, 48 พอร์ต | 4-8 พอร์ต | 1-2 พอร์ต |
| ราคาโดยประมาณ | 1,000 – 10,000 บาท | 2,000 – 20,000 บาท | 1,500 – 15,000 บาท |
| ตัวอย่างยี่ห้อ | TP-Link, Cisco, Ubiquiti | TP-Link, Cisco, Ubiquiti | TP-Link, Cisco, Ubiquiti |
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
วิธีการติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์เครือข่าย
หลังจากเลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เหมาะสมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์ให้ทำงานได้อย่างถูกต้องตัวอย่างการตั้งค่า Static IP Address บน Router (TP-Link):
# เข้าสู่ระบบ Router ผ่าน Web Browser (เช่น 192.168.1.1)
# ไปที่เมนู Network -> WAN
# เลือก WAN Connection Type เป็น Static IP
# กรอก IP Address, Subnet Mask, Gateway และ DNS Servers ที่ได้รับจาก ISP
# บันทึกการตั้งค่า
การตั้งค่า Static IP Address จะช่วยให้ Router มี IP Address ที่แน่นอนซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงจากภายนอกเครือข่ายและช่วยให้การใช้งานบางบริการเช่น VPN เป็นไปอย่างราบรื่น
การตั้งค่า VLAN (Virtual LAN) บน Managed Switch จะช่วยแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนๆเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพตัวอย่างการตั้งค่า VLAN บน Cisco Switch: ข้อมูลอ้างอิงจากคู่มือเทรดทองคํา — คู่มือฉบับสมบูรณ์ฉบับสมบูรณ์ซึ่งอธิบายไว้อย่างละเอียด
Switch> enable
Switch# configure terminal
Switch(config)# vlan 10
Switch(config-vlan)# name Students
Switch(config-vlan)# exit
Switch(config)# interface FastEthernet0/1
Switch(config-if)# switchport mode access
Switch(config-if)# switchport access vlan 10
Switch(config-if)# exit
Switch(config)# exit
Switch# write memory
คำสั่งนี้จะสร้าง VLAN ID 10 ชื่อ Students และกำหนดให้พอร์ต FastEthernet0/1 อยู่ใน VLAN นี้
ผมเคยเจอปัญหาโรงเรียนแห่งหนึ่งมีนักเรียนจำนวนมากใช้งาน Wi-Fi พร้อมกันทำให้เกิดปัญหาความเร็วตกผมได้แนะนำให้ติดตั้ง Access Point เพิ่มเติมและตั้งค่า Bandwidth Limiting บน Router เพื่อจำกัดความเร็วในการใช้งานของแต่ละผู้ใช้ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ในการติดตั้งและดูแลรักษาระบบ IT สำหรับโรงเรียนมีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยง:
- การละเลยการวางแผน: การติดตั้งระบบ IT โดยไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบอาจทำให้เกิดปัญหาในภายหลังควรทำการประเมินความต้องการและออกแบบระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน
- การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน: การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้ระบบไม่เสถียรและมีปัญหาในการใช้งานควรเลือกใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และมีการรับประกัน
- การละเลยการรักษาความปลอดภัย: การละเลยการรักษาความปลอดภัยอาจทำให้ข้อมูลของโรงเรียนตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ควรติดตั้ง Firewall, Antivirus และระบบป้องกันการบุกรุก (Intrusion Prevention System – IPS)
- การละเลยการบำรุงรักษา: การละเลยการบำรุงรักษาอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วและเกิดปัญหาในการใช้งานควรทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ IT อย่างสม่ำเสมอ
- การไม่สำรองข้อมูล: การไม่สำรองข้อมูลอาจทำให้ข้อมูลสำคัญของโรงเรียนสูญหายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันควรมีระบบสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและทำการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
ผมเคยเจอเคสที่โรงเรียนหนึ่งโดน Ransomware โจมตีทำให้ข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัสแต่โชคดีที่โรงเรียนนั้นมีระบบสำรองข้อมูลที่ดีทำให้สามารถกู้คืนข้อมูลได้ทั้งหมด
สำหรับโรงเรียนที่มีงบประมาณจำกัดอาจพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source Software) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ฟรีและมีคุณภาพดีหลายตัวเช่นระบบปฏิบัติการ Linux, โปรแกรมสำนักงาน LibreOffice และโปรแกรมจัดการเรียนรู้ Moodle
อย่าลืมอัพเดท Firmware ของอุปกรณ์ Network เป็นประจำเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและปรับปรุงประสิทธิภาพ Power over Ethernet Lighting PoE Lighting ระบบไฟใหม่ ก็เป็นอีกเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับโรงเรียนที่ต้องการประหยัดพลังงาน
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
สรุป
การสร้าง “ระบบ IT สำหรับโรงเรียน School Network Design” ที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างยิ่งเพราะระบบ IT ที่ดีจะช่วยยกระดับการเรียนการสอนการบริหารจัดการและความปลอดภัยของโรงเรียนได้อย่างมหาศาลการวางแผนอย่างรอบคอบการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมการติดตั้งและตั้งค่าอย่างถูกต้องและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระบบ IT ของโรงเรียนทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางในการสร้าง “ระบบ IT สำหรับโรงเรียน School Network Design” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนได้อย่างแท้จริงหากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถติดต่อผมได้ที่ SiamLancard.com ผมยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ วิธีใช้ Wireshark วิเคราะห์ปัญหา Network ก็เป็นอีกเรื่องที่ผู้ดูแลระบบควรศึกษาไว้นอกจากนี้ Network Interface Teaming NIC Bonding ทำยังไง ก็เป็นอีกเทคนิคที่ช่วยเพิ่ม Bandwidth ให้ Server ได้
📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net ตำนาน IT ไทย 29 ปี
📈 IT professional สนใจ Forex เป็นรายได้เสริม ดูที่ iCafeForex.com