วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในยุคที่เครือข่ายมีความซับซ้อนและต้องการความปลอดภัยมากขึ้น เทคโนโลยี VLAN (Virtual LAN) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น อาจจะรู้สึกว่า VLAN เป็นเรื่องยาก แต่ไม่ต้องกังวลครับ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ VLAN และเรียนรู้ **วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** แบบ Step-by-Step พร้อมตัวอย่างจริงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยครับ

VLAN คืออะไร ทำไมต้องใช้ VLAN?

ก่อนที่เราจะไปดู **วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า VLAN คืออะไร และทำไมเราถึงต้องใช้งาน VLAN ในเครือข่ายของเรา

ความหมายของ VLAN

VLAN หรือ Virtual LAN คือการแบ่งเครือข่าย Local Area Network (LAN) ออกเป็นเครือข่ายย่อยๆ ที่จำลองขึ้นมาด้วยซอฟต์แวร์ โดยที่อุปกรณ์ต่างๆ ใน VLAN เดียวกันจะสามารถสื่อสารกันได้เหมือนอยู่ใน LAN เดียวกัน ถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่ได้เชื่อมต่ออยู่บน Switch ตัวเดียวกันก็ตาม

ทำไมต้องใช้ VLAN?

การใช้งาน VLAN มีข้อดีมากมาย ดังนี้

  • Security (ความปลอดภัย): สามารถแยกกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสำคัญออกจากกัน เช่น แยกแผนกบัญชีออกจากแผนกการตลาด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • Performance (ประสิทธิภาพ): ลด Broadcast Domain ทำให้ Network Congestion น้อยลง และเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล
  • Flexibility (ความยืดหยุ่น): สามารถย้ายอุปกรณ์ในเครือข่ายได้ง่าย โดยไม่ต้องแก้ไขสายสัญญาณใหม่ เพียงแค่เปลี่ยน VLAN ID เท่านั้น
  • Cost Saving (ประหยัดค่าใช้จ่าย): ลดความจำเป็นในการซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น Router หรือ Switch เพราะสามารถแบ่งเครือข่ายด้วย VLAN ได้
  • Simplified Administration (การบริหารจัดการที่ง่ายขึ้น): การแบ่งเครือข่ายออกเป็น VLAN ทำให้ง่ายต่อการจัดการ Security Policy และ Traffic Management

ทำความเข้าใจ Managed Switch และ VLAN Types

ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ เราต้องเข้าใจก่อนว่า Managed Switch คืออะไร และ VLAN Types มีอะไรบ้าง

Managed Switch คืออะไร?

Managed Switch คือ Switch ที่สามารถตั้งค่าและบริหารจัดการได้ผ่านทาง Web Interface, Command Line Interface (CLI), หรือ SNMP (Simple Network Management Protocol) ทำให้เราสามารถกำหนดค่าต่างๆ เช่น VLAN, QoS (Quality of Service), Port Security และอื่นๆ ได้

VLAN Types ที่ควรรู้

VLAN มีหลายประเภท แต่ที่ใช้งานกันทั่วไปมีดังนี้

  • Port-Based VLAN: กำหนด VLAN ให้กับแต่ละ Port บน Switch โดยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ Port ที่อยู่ใน VLAN เดียวกันจะสามารถสื่อสารกันได้
  • Tag-Based VLAN (IEEE 802.1Q): กำหนด VLAN ID ให้กับ Frame ที่ส่งผ่าน Switch โดย Switch จะ Forward Frame ไปยัง Port ที่อยู่ใน VLAN ID เดียวกันเท่านั้น
  • Protocol-Based VLAN: กำหนด VLAN ตาม Protocol ที่ใช้งาน เช่น IP, IPX, หรือ AppleTalk
  • MAC Address-Based VLAN: กำหนด VLAN ตาม MAC Address ของอุปกรณ์

สำหรับบทความนี้ เราจะเน้นที่ Port-Based VLAN และ Tag-Based VLAN ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด

**วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** แบบ Step-by-Step

ในหัวข้อนี้ เราจะมาดู **วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** แบบละเอียดทีละขั้นตอน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ Port-Based VLAN และ Tag-Based VLAN

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: สอนเทรด Forex ฟรี

กรณีที่ 1: Port-Based VLAN

Port-Based VLAN เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตั้งค่า VLAN โดยเราจะกำหนด VLAN ID ให้กับแต่ละ Port บน Switch

  1. Login เข้าสู่ Managed Switch: เปิด Web Browser และพิมพ์ IP Address ของ Managed Switch (โดยปกติจะเป็น 192.168.1.1 หรือ 192.168.0.1) จากนั้นใส่ Username และ Password
  2. ค้นหา VLAN Configuration: มองหาเมนูที่เกี่ยวข้องกับ VLAN เช่น VLAN, VLAN Configuration, หรือ VLAN Management
  3. สร้าง VLAN ID: สร้าง VLAN ID ที่ต้องการ เช่น VLAN 10 (Marketing), VLAN 20 (Sales), VLAN 30 (Accounting)
  4. กำหนด Port ให้กับ VLAN ID: เลือก Port ที่ต้องการให้เป็นสมาชิกของ VLAN นั้นๆ เช่น Port 1-5 เป็นสมาชิกของ VLAN 10, Port 6-10 เป็นสมาชิกของ VLAN 20, Port 11-15 เป็นสมาชิกของ VLAN 30
  5. Save Configuration: บันทึกการตั้งค่า
  6. ทดสอบการเชื่อมต่อ: ลอง Ping จากอุปกรณ์ที่อยู่ใน VLAN เดียวกัน เพื่อตรวจสอบว่าสามารถสื่อสารกันได้หรือไม่

ตัวอย่าง:

สมมติว่าเรามี Managed Switch 24 Port และต้องการแบ่ง VLAN ดังนี้

  • VLAN 10 (Marketing): Port 1-8
  • VLAN 20 (Sales): Port 9-16
  • VLAN 30 (Accounting): Port 17-24

เราก็เข้าไปที่ VLAN Configuration แล้วสร้าง VLAN ID 10, 20, และ 30 จากนั้นกำหนด Port ตามที่ระบุไว้

กรณีที่ 2: Tag-Based VLAN (IEEE 802.1Q)

Tag-Based VLAN เป็นวิธีที่ซับซ้อนกว่า Port-Based VLAN แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยเราจะกำหนด VLAN ID ให้กับ Frame ที่ส่งผ่าน Switch

  1. Login เข้าสู่ Managed Switch: เหมือนเดิมครับ เปิด Web Browser และพิมพ์ IP Address ของ Managed Switch
  2. ค้นหา VLAN Configuration: หาเมนู VLAN Configuration หรือ VLAN Management
  3. สร้าง VLAN ID: สร้าง VLAN ID ที่ต้องการ เช่น VLAN 10, VLAN 20, VLAN 30
  4. กำหนด Trunk Port: กำหนด Port ที่เชื่อมต่อกับ Router หรือ Switch ตัวอื่นให้เป็น Trunk Port โดย Trunk Port จะสามารถส่ง Frame ที่มี VLAN ID ต่างๆ ได้
  5. กำหนด Access Port: กำหนด Port ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทาง (End-Device) ให้เป็น Access Port โดย Access Port จะส่ง Frame ที่ไม่มี VLAN ID
  6. PVID (Port VLAN ID): กำหนด PVID ให้กับ Access Port โดย PVID จะเป็น VLAN ID ที่อุปกรณ์ปลายทางจะได้รับเมื่อส่ง Frame ผ่าน Access Port นี้
  7. VLAN Membership: กำหนด VLAN Membership ให้กับ Port ต่างๆ ว่า Port นั้นๆ เป็นสมาชิกของ VLAN ID ไหนบ้าง
  8. Save Configuration: บันทึกการตั้งค่า
  9. ทดสอบการเชื่อมต่อ: ลอง Ping จากอุปกรณ์ที่อยู่ใน VLAN เดียวกัน เพื่อตรวจสอบว่าสามารถสื่อสารกันได้หรือไม่

ตัวอย่าง:

สมมติว่าเรามี Managed Switch 2 ตัว และต้องการเชื่อมต่อ VLAN ระหว่าง Switch ทั้งสอง โดยมี VLAN ดังนี้

  • VLAN 10 (Marketing): อุปกรณ์ใน VLAN นี้จะเชื่อมต่อกับ Switch ทั้งสอง
  • VLAN 20 (Sales): อุปกรณ์ใน VLAN นี้จะเชื่อมต่อกับ Switch ทั้งสอง

เราจะกำหนด Port ที่เชื่อมต่อระหว่าง Switch ทั้งสองให้เป็น Trunk Port และกำหนด PVID ให้กับ Access Port ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทาง

Switch 1:

  • Port 1: Trunk Port (เชื่อมต่อกับ Switch 2)
  • Port 2-5: Access Port (เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Marketing, PVID = 10)
  • Port 6-10: Access Port (เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Sales, PVID = 20)

Switch 2:

  • Port 1: Trunk Port (เชื่อมต่อกับ Switch 1)
  • Port 2-5: Access Port (เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Marketing, PVID = 10)
  • Port 6-10: Access Port (เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Sales, PVID = 20)

จากนั้นเราต้องกำหนด VLAN Membership ให้กับ Port ต่างๆ ว่า Port นั้นๆ เป็นสมาชิกของ VLAN ID ไหนบ้าง

Switch 1:

  • Port 1: สมาชิกของ VLAN 10 และ VLAN 20
  • Port 2-5: สมาชิกของ VLAN 10
  • Port 6-10: สมาชิกของ VLAN 20

Switch 2:

  • Port 1: สมาชิกของ VLAN 10 และ VLAN 20
  • Port 2-5: สมาชิกของ VLAN 10
  • Port 6-10: สมาชิกของ VLAN 20

ข้อควรระวังในการตั้งค่า VLAN

ในการตั้งค่า VLAN มีข้อควรระวังบางประการที่ควรทราบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  • VLAN 1 (Default VLAN): หลีกเลี่ยงการใช้งาน VLAN 1 สำหรับ Traffic ที่สำคัญ เพราะ VLAN 1 เป็น VLAN Default ที่ Hacker มักจะใช้เป็นช่องทางในการโจมตี
  • Native VLAN: กำหนด Native VLAN ให้กับ Trunk Port เพื่อป้องกัน VLAN Hopping Attack
  • Spanning Tree Protocol (STP): เปิดใช้งาน STP เพื่อป้องกัน Loop ในเครือข่าย
  • Security Policy: กำหนด Security Policy ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • Testing: ทดสอบการเชื่อมต่อหลังจากตั้งค่า VLAN ทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าทุกอย่างทำงานได้อย่างถูกต้อง

ตารางเปรียบเทียบ Port-Based VLAN และ Tag-Based VLAN

คุณสมบัติ Port-Based VLAN Tag-Based VLAN (IEEE 802.1Q)
ความง่ายในการตั้งค่า ง่าย ซับซ้อนกว่า
ความยืดหยุ่น น้อย สูง
การใช้งาน เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีหลาย Switch
การจัดการ Traffic จำกัด ยืดหยุ่นกว่า สามารถจัดการ Traffic ได้ละเอียดกว่า
ความปลอดภัย ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า Security Policy มี Security Feature มากกว่า เช่น Native VLAN

ตัวอย่าง Config CLI (Cisco)

สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งค่า VLAN ผ่าน Command Line Interface (CLI) นี่คือตัวอย่าง Configuration บน Cisco Switch:


! สร้าง VLAN 10
configure terminal
vlan 10
name Marketing
exit

! สร้าง VLAN 20
configure terminal
vlan 20
name Sales
exit

! กำหนด Port 1-5 ให้เป็น Access Port ของ VLAN 10
interface range fa0/1 - 5
switchport mode access
switchport access vlan 10
exit

! กำหนด Port 6-10 ให้เป็น Access Port ของ VLAN 20
interface range fa0/6 - 10
switchport mode access
switchport access vlan 20
exit

! กำหนด Port 24 ให้เป็น Trunk Port
interface fa0/24
switchport mode trunk
switchport trunk encapsulation dot1q
switchport trunk allowed vlan 10,20
exit

! บันทึกการตั้งค่า
end
write memory

สรุป

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ **วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** ได้อย่างละเอียด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครือข่ายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ VLAN เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการบริหารจัดการเครือข่าย และการเรียนรู้ **วิธีตั้งค่า VLAN บน Managed Switch ฉบับมือใหม่** จะช่วยให้คุณสามารถสร้างเครือข่ายที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยืดหยุ่นมากขึ้น อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง แล้วคุณจะพบว่า VLAN ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ใน Comment นะครับ

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart