SSD NVMe vs SATA สำหรับ Server ต่างกันยังไง

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ การจัดการ Data Center และ Server จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ ต่างก็ต้องพึ่งพา Server ในการจัดเก็บ ประมวลผล และให้บริการข้อมูล การเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้วัดประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบโดยรวม หนึ่งในคำถามที่ผู้ดูแลระบบมักจะเผชิญอยู่เสมอคือ “SSD NVMe vs SATA สำหรับ Server ต่างกันยังไง?” เพราะทั้งสองต่างก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่มีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน

การตัดสินใจเลือกระหว่าง SSD NVMe และ SATA ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับงบประมาณ, ประเภทของ workload ที่ Server ต้องรองรับ, และความเข้ากันได้กับ Hardware ที่มีอยู่ การเลือกผิดอาจส่งผลให้ Server ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ, เกิดคอขวดในการประมวลผล, หรือสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการทำความเข้าใจความแตกต่างของ SSD ทั้งสองประเภทนี้อย่างลึกซึ้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ดูแลระบบทุกคน

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจความแตกต่างในทุกมิติของ SSD NVMe และ SATA ตั้งแต่ Interface และ Protocol ที่ใช้, ประสิทธิภาพในการอ่านเขียนข้อมูล, Latency หรือความหน่วงในการเข้าถึงข้อมูล, รูปแบบ (Form Factor) และ Compatibility ไปจนถึงข้อดีข้อเสียในการใช้งานจริง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Server ของคุณได้อย่างมั่นใจ และคุ้มค่ากับการลงทุน

SSD NVMe vs SATA: Interface และ Protocol

หัวใจสำคัญที่ทำให้ SSD NVMe และ SATA แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอยู่ที่ Interface และ Protocol ที่ใช้ในการสื่อสารกับ Motherboard หรือ Host Bus Adapter (HBA) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูล

SATA (Serial ATA): เป็น Interface ที่ใช้กันมานานกับ Hard Disk Drive (HDD) และ SSD รุ่นแรกๆ Protocol ที่ใช้คือ AHCI (Advanced Host Controller Interface) ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับ HDD ที่มีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลช้ากว่ามาก ทำให้ SATA SSD มีข้อจำกัดด้านความเร็วในการรับส่งข้อมูล แม้ว่า SATA SSD จะเร็วกว่า HDD อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่สามารถดึงศักยภาพของ SSD ออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะ AHCI กลายเป็นคอขวด

NVMe (Non-Volatile Memory Express): เป็น Interface ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ SSD ที่มีความเร็วสูง ใช้ Interface แบบ PCIe (Peripheral Component Interconnect Express) ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า SATA อย่างมาก Protocol ที่ใช้คือ NVMe ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลด Latency และเพิ่ม Throughput ทำให้ NVMe SSD สามารถปลดปล่อยประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่ NVMe สามารถสื่อสารกับ CPU ได้โดยตรง ทำให้ลด Overhead และเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

ประสิทธิภาพ: ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล

ประสิทธิภาพในการอ่านเขียนข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเร็วในการประมวลผลและการตอบสนองของ Server โดยรวม ผู้ดูแลระบบ Server ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีผลต่อ User Experience โดยตรง

SATA SSD: โดยทั่วไปแล้ว SATA SSD จะมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 550 MB/s (Megabytes per second) ซึ่งถือว่าเร็วกว่า HDD มาก แต่ก็ยังช้ากว่า NVMe SSD อย่างเห็นได้ชัด SATA III ซึ่งเป็นมาตรฐานล่าสุดของ SATA มี Bandwidth สูงสุดที่ 6 Gbps (Gigabits per second) หรือประมาณ 600 MB/s ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ SATA SSD ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้

NVMe SSD: NVMe SSD สามารถทำความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลได้สูงถึง 7,000 MB/s หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นและ Spec ของ Drive ทำให้ NVMe SSD เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสูง เช่น Database, Virtualization, Big Data Analytics, และการประมวลผล Video ความเร็วที่สูงกว่า SATA SSD หลายเท่าตัวนี้ ทำให้ NVMe SSD สามารถลดเวลาในการประมวลผลและเพิ่ม Throughput ของ Server ได้อย่างมาก

ประสบการณ์จริง อ.บอม: สมัยทำ SiamCafe.net ผมเคยอัพเกรดจาก SATA SSD เป็น NVMe SSD ใน Database Server ที่ใช้ MySQL ผลลัพธ์คือ Query ที่เคยใช้เวลา 2-3 วินาที ลดลงเหลือไม่ถึง 1 วินาที ทำให้เว็บไซต์ตอบสนองได้เร็วกว่าเดิมมาก

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: iCafeForex.com

Latency: ความหน่วงในการเข้าถึงข้อมูล

Latency คือระยะเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลที่เก็บอยู่ใน Storage ยิ่ง Latency ต่ำ Server ก็จะตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้น Latency มีผลต่อความรู้สึกของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะเป็นตัวกำหนดว่า Server จะตอบสนองต่อคำสั่งได้รวดเร็วแค่ไหน

SATA SSD: มี Latency ที่สูงกว่า NVMe SSD เนื่องจาก Protocol AHCI มี Overhead มากกว่า AHCI ถูกออกแบบมาสำหรับ HDD ซึ่งมีการหมุนของจานแม่เหล็ก ทำให้ Latency ในการเข้าถึงข้อมูลสูงกว่า SSD มาก เมื่อนำมาใช้กับ SSD จึงไม่สามารถดึงศักยภาพของ SSD ออกมาได้อย่างเต็มที่

NVMe SSD: มี Latency ที่ต่ำกว่า SATA SSD อย่างมาก ทำให้ Server สามารถตอบสนองต่อ Request ได้อย่างรวดเร็ว Protocol NVMe ถูกออกแบบมาเพื่อลด Latency โดยเฉพาะ ทำให้ NVMe SSD สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า SATA SSD หลายเท่าตัว ใน Database Server ที่มีการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก Latency ที่ต่ำของ NVMe SSD จะช่วยลด Response Time และเพิ่ม Throughput ของ Database ได้อย่างเห็นได้ชัด

รูปแบบ (Form Factor) และ Compatibility

รูปแบบของ SSD ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อ SSD สำหรับ Server เพราะมีผลต่อความเข้ากันได้กับ Hardware ที่มีอยู่

SATA SSD: มี Form Factor ที่หลากหลาย เช่น 2.5 นิ้ว, mSATA, และ M.2 (SATA) Form Factor 2.5 นิ้ว เป็น Form Factor ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายใน Server รุ่นเก่าๆ ส่วน mSATA และ M.2 (SATA) มักจะใช้ใน Laptop และ Mini PC

NVMe SSD: ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบ M.2 (NVMe) และ U.2 M.2 (NVMe) เป็น Form Factor ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีขนาดเล็กและสามารถติดตั้งได้ง่าย U.2 เป็น Form Factor ที่ใช้ใน Server ที่ต้องการความจุสูงและความเร็วสูงกว่า M.2

ราคาและความคุ้มค่า

ราคาเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือก SSD สำหรับ Server โดยทั่วไปแล้ว NVMe SSD จะมีราคาสูงกว่า SATA SSD ในความจุที่เท่ากัน แต่ถ้าพิจารณาถึงประสิทธิภาพที่ได้รับ NVMe SSD อาจจะมีความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว

SATA SSD: มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า NVMe SSD เหมาะสำหรับ Server ที่ไม่ได้ต้องการประสิทธิภาพสูงมากนัก หรือมีงบประมาณที่จำกัด

NVMe SSD: มีราคาสูงกว่า SATA SSD แต่ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับ Server ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลสูง เช่น Database Server, Virtualization Server, และ Big Data Analytics Server

ประสบการณ์จริง อ.บอม: ตอนทำ SiamLancard.com ผมใช้ SATA SSD กับ Web Server ที่รัน Apache + PHP ปรากฏว่า Traffic เยอะๆ Server เริ่มอืด พอเปลี่ยนเป็น NVMe SSD ปัญหาหายไปเลย เว็บไซต์กลับมาเร็วเหมือนเดิม

การใช้งานจริง: Workload ที่เหมาะสม

ประเภทของ Workload ที่ Server ต้องรองรับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกระหว่าง SSD NVMe และ SATA

SATA SSD: เหมาะสำหรับ Workload ที่ไม่ได้ต้องการความเร็วสูงมากนัก เช่น File Server, Web Server ที่มี Traffic ไม่สูงมาก, และ Application Server ที่ไม่ได้มีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก

NVMe SSD: เหมาะสำหรับ Workload ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลสูง เช่น Database Server, Virtualization Server, Big Data Analytics Server, Video Editing Server, และ Gaming Server NVMe SSD จะช่วยลดเวลาในการประมวลผลและเพิ่ม Throughput ของ Server ได้อย่างมาก ทำให้ Server สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น

ตารางเปรียบเทียบ SSD NVMe vs SATA

คุณสมบัติ SATA SSD NVMe SSD
Interface SATA PCIe
Protocol AHCI NVMe
ความเร็วในการอ่าน (สูงสุด) 550 MB/s 7,000+ MB/s
ความเร็วในการเขียน (สูงสุด) 500 MB/s 5,000+ MB/s
Latency สูงกว่า ต่ำกว่า
Form Factor 2.5 นิ้ว, mSATA, M.2 (SATA) M.2 (NVMe), U.2
ราคา ถูกกว่า แพงกว่า
Workload ที่เหมาะสม File Server, Web Server (Traffic น้อย) Database Server, Virtualization Server, Big Data Analytics

วิธีการติดตั้ง/ตั้งค่า NVMe SSD บน Server (Ubuntu)

การติดตั้ง NVMe SSD บน Server โดยทั่วไปแล้วทำได้ไม่ยาก แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า Motherboard รองรับ NVMe SSD และมี Slot M.2 (NVMe) ว่างอยู่

  1. ติดตั้ง NVMe SSD: เปิดฝา Case ของ Server และติดตั้ง NVMe SSD ลงใน Slot M.2 (NVMe) ขันน็อตให้แน่น
  2. ตรวจสอบการตรวจพบ: Boot Server ขึ้นมา แล้วตรวจสอบว่าระบบตรวจพบ NVMe SSD หรือยัง โดยใช้คำสั่ง:
    sudo lspci | grep NVMe

    ถ้ามี Output แสดงชื่อ NVMe SSD แสดงว่าระบบตรวจพบแล้ว

  3. Format และ Mount: Format NVMe SSD ด้วย File System ที่ต้องการ (เช่น ext4) แล้ว Mount ไปยัง Directory ที่ต้องการ
    sudo mkfs.ext4 /dev/nvme0n1p1
    sudo mount /dev/nvme0n1p1 /mnt/data

    (เปลี่ยน `/dev/nvme0n1p1` เป็น Device ที่ถูกต้อง และ `/mnt/data` เป็น Directory ที่ต้องการ)

  4. เพิ่ม Entry ใน /etc/fstab: เพื่อให้ NVMe SSD ถูก Mount อัตโนมัติทุกครั้งที่ Boot Server ให้เพิ่ม Entry ใน `/etc/fstab`
    /dev/nvme0n1p1 /mnt/data ext4 defaults 0 0

ข้อควรระวัง/ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ในการเลือกใช้ SSD NVMe หรือ SATA สำหรับ Server มีข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ตรวจสอบ Compatibility: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Motherboard และ CPU รองรับ NVMe SSD ก่อนที่จะซื้อ
  • เลือก SSD ที่มีคุณภาพ: เลือก SSD จาก Brand ที่น่าเชื่อถือ และมี Warranty ที่ดี
  • Monitor Health ของ SSD: ใช้ Tools ในการ Monitor Health ของ SSD อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูล
  • สำรองข้อมูล: สำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกรณี SSD เสียหาย
  • ตรวจสอบ Power Supply: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Power Supply ของ Server มีกำลังไฟเพียงพอสำหรับ SSD ตัวใหม่

ลิงก์ภายใน SiamLancard ที่เกี่ยวข้อง: หากคุณกำลังพิจารณาอัพเกรด RAM ของ Server ด้วย อย่าลืมศึกษา ECC RAM vs Non-ECC สำหรับ Server ต่างกันตรงไหน เพื่อเลือก RAM ที่เหมาะสมกับ Workload ของคุณ นอกจากนี้ การจัดการ Server จากระยะไกลก็เป็นสิ่งสำคัญ ลองศึกษา IP KVM คืออะไร ใช้งานยังไง สำหรับ Remote Server เพื่อให้การจัดการ Server เป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมคำนวณ วิธีคำนวณ Power Consumption สำหรับ Server Room เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าของคุณรองรับอุปกรณ์ทั้งหมด

สรุป

การเลือกระหว่าง SSD NVMe vs SATA สำหรับ Server ต่างกันยังไง ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ หากคุณต้องการประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับ Workload ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลสูง NVMe SSD คือตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้าคุณมีงบประมาณที่จำกัด และ Workload ของคุณไม่ได้ต้องการความเร็วสูงมากนัก SATA SSD ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

สุดท้ายนี้ อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น Compatibility, Form Factor, และการใช้งานจริง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก Storage Solution ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Server ของคุณได้อย่างมั่นใจ การลงทุนใน Storage Solution ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของ Server ของคุณ ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

📖 อ่านเพิ่มเติม: SiamCafe.net Blog

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart