OTDR คืออะไร วิธีทดสอบสาย Fiber Optic

เคยไหมครับ ที่เจอปัญหา Fiber Optic ขาดกลางทาง หรือสัญญาณดรอปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย? ปัญหานี้แก้ยากมากถ้าไม่มีเครื่องมือที่ใช่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง “OTDR คืออะไร วิธีทดสอบสาย Fiber Optic” เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่างไฟเบอร์ทุกคนควรมีติดตัว มาดูกันว่ามันทำงานยังไง และช่วยแก้ปัญหาโลกแตกของสาย Fiber Optic ได้อย่างไร

OTDR คืออะไร วิธีทดสอบสาย Fiber Optic

OTDR หรือ Optical Time-Domain Reflectometer คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการวัดลักษณะเฉพาะของสาย Fiber Optic มันทำงานโดยการส่งพัลส์แสงเข้าไปในสายไฟเบอร์ และวิเคราะห์แสงที่สะท้อนกลับมา (backscatter) และแสงที่สะท้อนจากจุดต่างๆ ตามแนวสาย เช่น จุดต่อ (connector), จุดเชื่อม (splice) หรือจุดที่มีการโค้งงอมากเกินไป (bend)

OTDR เปรียบเสมือนเรดาร์สำหรับสายไฟเบอร์ มันช่วยให้เรา “มองเห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นภายในสายได้ โดยไม่ต้องตัดสายออกมาดู ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของปัญหาได้อย่างแม่นยำ และแก้ไขได้อย่างตรงจุด

หลักการทำงานของ OTDR

OTDR ทำงานโดยอาศัยหลักการสำคัญสองอย่างคือ:

  • Rayleigh Backscattering: เมื่อพัลส์แสงเดินทางผ่านสาย Fiber Optic ส่วนหนึ่งของแสงจะกระเจิงกลับมาในทิศทางตรงกันข้าม (backscatter) ปริมาณแสงที่กระเจิงกลับมานี้เป็นสัดส่วนกับความยาวของสาย และคุณสมบัติของไฟเบอร์
  • Fresnel Reflection: เมื่อพัลส์แสงเดินทางผ่านจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงของดัชนีหักเห (refractive index) เช่น จุดต่อ หรือจุดที่มีรอยแตก ส่วนหนึ่งของแสงจะสะท้อนกลับมา ปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมานี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของดัชนีหักเห

OTDR จะวัดปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมาทั้งจาก Rayleigh Backscattering และ Fresnel Reflection แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเป็นกราฟที่เรียกว่า “OTDR trace” กราฟนี้จะแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความแรงของสัญญาณ (dB loss) กับระยะทาง (distance) ตามแนวสาย Fiber Optic

💡 บทความที่เกี่ยวข้อง: บทวิเคราะห์ Forex วันนี้

ทำไมต้องใช้ OTDR?

การทดสอบสาย Fiber Optic ด้วย OTDR มีประโยชน์มากมาย:

  • ระบุตำแหน่งของความผิดพลาด: OTDR สามารถระบุตำแหน่งของจุดขาด, จุดต่อที่ไม่ดี, จุดที่มีการโค้งงอมากเกินไป หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้สัญญาณอ่อนลงได้อย่างแม่นยำ
  • วัดค่าการสูญเสียสัญญาณ: OTDR สามารถวัดค่าการสูญเสียสัญญาณ (dB loss) ของสาย Fiber Optic ทั้งสาย หรือเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่งได้ ทำให้ทราบถึงคุณภาพของสาย
  • ตรวจสอบคุณภาพการติดตั้ง: OTDR ช่วยให้ตรวจสอบคุณภาพของการติดตั้งสาย Fiber Optic ได้ โดยดูจากค่าการสูญเสียสัญญาณ และลักษณะของ OTDR trace
  • บำรุงรักษาสาย Fiber Optic: OTDR เป็นเครื่องมือสำคัญในการบำรุงรักษาสาย Fiber Optic ช่วยให้สามารถตรวจจับปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

วิธีทดสอบสาย Fiber Optic ด้วย OTDR

การทดสอบสาย Fiber Optic ด้วย OTDR ต้องทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้:

ขั้นตอนการทดสอบ

  1. เตรียมอุปกรณ์: เตรียม OTDR, สายไฟเบอร์สำหรับเชื่อมต่อ (launch cable), ผ้าเช็ดทำความสะอาดหัว Connector และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น
  2. ทำความสะอาด Connector: ทำความสะอาดหัว Connector ของสาย Fiber Optic และ OTDR อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการสูญเสียสัญญาณเนื่องจากสิ่งสกปรก
  3. เชื่อมต่อสาย: เชื่อมต่อสาย Fiber Optic ที่ต้องการทดสอบเข้ากับ OTDR โดยใช้ launch cable (สายไฟเบอร์สั้นๆ ที่ใช้เพื่อลดผลกระทบของ Fresnel Reflection ที่ Connector ของ OTDR)
  4. ตั้งค่า OTDR: ตั้งค่าพารามิเตอร์ของ OTDR ให้เหมาะสมกับสาย Fiber Optic ที่ต้องการทดสอบ เช่น ความยาวคลื่น (wavelength), ความกว้างพัลส์ (pulse width), ช่วงระยะทาง (range) และเวลาเฉลี่ย (averaging time)
  5. ทำการทดสอบ: เริ่มการทดสอบและรอให้ OTDR สร้าง OTDR trace
  6. วิเคราะห์ผลลัพธ์: วิเคราะห์ OTDR trace เพื่อระบุตำแหน่งของความผิดพลาด, วัดค่าการสูญเสียสัญญาณ และตรวจสอบคุณภาพของสาย
  7. บันทึกผลลัพธ์: บันทึกผลลัพธ์การทดสอบ เพื่อใช้อ้างอิงในการบำรุงรักษา

การตั้งค่า OTDR ที่เหมาะสม

การตั้งค่า OTDR ที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความถูกต้องของผลลัพธ์การทดสอบ พารามิเตอร์ที่สำคัญที่ต้องพิจารณาคือ:

  • ความยาวคลื่น (Wavelength): เลือกความยาวคลื่นที่ใช้ในการส่งสัญญาณในระบบ Fiber Optic ของคุณ โดยทั่วไปจะใช้ 1310 nm และ 1550 nm
  • ความกว้างพัลส์ (Pulse Width): เลือกความกว้างพัลส์ที่เหมาะสมกับความยาวของสาย Fiber Optic สายยาวควรใช้พัลส์กว้าง เพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอในการเดินทางไปตลอดสาย แต่พัลส์กว้างจะทำให้ความละเอียดในการวัดลดลง
  • ช่วงระยะทาง (Range): เลือกช่วงระยะทางที่ครอบคลุมความยาวของสาย Fiber Optic ที่ต้องการทดสอบ
  • เวลาเฉลี่ย (Averaging Time): เพิ่มเวลาเฉลี่ยเพื่อลดสัญญาณรบกวน และให้ได้ OTDR trace ที่ชัดเจนขึ้น

การวิเคราะห์ OTDR Trace

OTDR trace เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างความแรงของสัญญาณ (dB loss) กับระยะทาง (distance) ตามแนวสาย Fiber Optic การวิเคราะห์ OTDR trace ต้องอาศัยความเข้าใจในลักษณะของสัญญาณที่เกิดจากเหตุการณ์ต่างๆ ในสาย Fiber Optic:

  • Slope (ความชัน): ความชันของ OTDR trace แสดงถึงการสูญเสียสัญญาณเนื่องจาก Rayleigh Backscattering ความชันที่สูงกว่าแสดงว่ามีการสูญเสียสัญญาณมากกว่า
  • Spike (ยอดแหลม): ยอดแหลมใน OTDR trace แสดงถึง Fresnel Reflection ที่เกิดขึ้นจากจุดต่อ, จุดเชื่อม หรือจุดที่มีรอยแตก ความสูงของยอดแหลมแสดงถึงปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมา
  • Dip (ส่วนโค้งลง): ส่วนโค้งลงใน OTDR trace แสดงถึงการสูญเสียสัญญาณที่เกิดขึ้นจากจุดต่อ, จุดเชื่อม หรือจุดที่มีการโค้งงอมากเกินไป ความลึกของส่วนโค้งลงแสดงถึงปริมาณการสูญเสียสัญญาณ

โดยการวิเคราะห์ลักษณะต่างๆ เหล่านี้ใน OTDR trace เราสามารถระบุตำแหน่งของปัญหา, วัดค่าการสูญเสียสัญญาณ และตรวจสอบคุณภาพของสาย Fiber Optic ได้

ตัวอย่างการใช้งาน OTDR จริง

สมมติว่าเราได้รับการแจ้งว่ามีปัญหา Fiber Optic ขาด ทำให้ระบบเครือข่ายในอาคารไม่สามารถใช้งานได้ เราใช้ OTDR เพื่อตรวจสอบสาย Fiber Optic ที่เชื่อมต่อระหว่างตู้ Server กับ Switch หลัก เมื่อทำการทดสอบ เราพบว่า OTDR trace มีลักษณะดังนี้:

  1. ช่วงแรกของ OTDR trace มี Slope ที่ปกติ
  2. ที่ระยะทางประมาณ 50 เมตร พบ Spike ขนาดใหญ่ แสดงว่ามี Fresnel Reflection เกิดขึ้น
  3. หลังจาก Spike พบ Dip ขนาดใหญ่ แสดงว่ามีการสูญเสียสัญญาณอย่างมาก
  4. หลังจาก Dip สัญญาณหายไป (trace flatline) แสดงว่าสายขาด

จาก OTDR trace นี้ เราสามารถสรุปได้ว่าสาย Fiber Optic ขาดที่ระยะทางประมาณ 50 เมตร หลังจากจุดต่อ (Connector) ที่อาจจะหลวม หรือเสียหาย เราจึงทำการตรวจสอบจุดต่อที่ระยะ 50 เมตร และพบว่า Connector หลุดออกจาก Socket จริง เมื่อทำการเชื่อมต่อ Connector กลับเข้าไปใหม่ ระบบเครือข่ายก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ตารางเปรียบเทียบ OTDR แต่ละประเภท

คุณสมบัติ Handheld OTDR Modular OTDR Full-Size OTDR
ขนาดและน้ำหนัก เล็กและเบา พกพาสะดวก ขนาดกลาง สามารถเปลี่ยน Module ได้ ใหญ่และหนัก เหมาะสำหรับใช้งานในห้องปฏิบัติการ
ความแม่นยำ ปานกลาง สูง สูงที่สุด
ฟังก์ชันการทำงาน พื้นฐาน หลากหลายกว่า สามารถเพิ่ม Module ได้ ครบครันที่สุด
ราคา ถูกที่สุด (ประมาณ 50,000 – 150,000 บาท) ปานกลาง (ประมาณ 150,000 – 500,000 บาท) แพงที่สุด (ประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป)
เหมาะสำหรับ ช่างเทคนิคที่ต้องการความคล่องตัวในการทำงาน ผู้ให้บริการเครือข่ายที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา

ราคาที่แสดงเป็นเพียงราคาโดยประมาณ และอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และคุณสมบัติอื่นๆ ของ OTDR

สรุป

OTDR คือเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับช่างไฟเบอร์ทุกคน มันช่วยให้เราสามารถ “มองเห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นภายในสาย Fiber Optic ได้ โดยไม่ต้องตัดสายออกมาดู ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของปัญหา, วัดค่าการสูญเสียสัญญาณ และตรวจสอบคุณภาพของสายได้อย่างแม่นยำ การใช้งาน OTDR ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักการทำงาน, การตั้งค่าที่เหมาะสม และการวิเคราะห์ OTDR trace อย่างถูกต้อง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่อง “OTDR คืออะไร วิธีทดสอบสาย Fiber Optic” ได้มากขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Fast deliveryDiscount and points
Equipment insuranceDiscount and points
Installment and creditDiscount and points
Earn bonuses, rewardsDiscount and points

@2022 จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ

จำหน่ายการ์ดแลนสำหรับ Server และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
Logo
iCafeForex.com - สอนเทรด Forex | SiamCafe.net
Shopping cart